Granado espada ตอนที่ 1 ปฐมบทแห่งกรานาโด้เอสปาด้า by Ranken

 

(เทพแห่งแสงเดวา)

โลกในกาลก่อนมีเพียงแสงสว่างและความมืด พลังทั้ง2หล่อหลอมเป็นเทพ 2 องค์ คือเดวา เทพแห่งแสง และโอคูรัสเทพแห่งความมืด

ทั้ง 2 แม้จะเป็นพลังต่างขั้วกันแต่ก็เป็นเหมือนเพื่อนกัน การต่อสู้ของทั้ง 2 ทำให้เกิดสิ่งต่างๆขึ้นบนโลก

ในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่ดินแดน เดโนว เดวาเป็นฝ่ายชนะ และได้ทำพันธะสัญญาในการดูแลโลกนี้ โดยเดวา จะดูแลโลกเบื้องบน ส่วน โอคูรัสจะเป็นผู้ดูแลโลกเบื้องล่าง

ดินแดนที่เดวาเทพแห่งแสงอยู่ถูกขนานนามว่า ดินแดนแห่งสวรรค์ ส่วนดินแดนที่โอคูรัสเทพแห่งความมืดอยู่ถูกขนานามว่านรกแห่งอบิส

หลายพันปีต่อมาเพื่อดูแลโลกนี้ เดวาได้แบ่งพลังออกเป็นหลายส่วนและได้กลายเป็นเทพองค์ต่างๆ โอคูรัสก็เช่นกันเขาได้แยกพลังตัวเองออกเป็น อบิสทั้ง 5 เพื่อดูแลความชั่วร้ายไม่ให้หลุดรอดออกไปยังโลกเบื้องบน

ทว่ามนุษย์นั้นได้สร้างพลังด้านมืดมากเกินไป ทำให้พลังแห่งความมืดหลุดรอดออกไปจาก อบิส เกิดเป็นปีศาจร้าย ภูตผีวิญญาณ และโรคระบาดทำให้มีผู้คนบาดเจ็บล้มตาย

เทพแห่งแสงจึงได้ให้เหล่าเทพบนสวรรค์ลงมายังโลกมนุษย์ เพื่อคอยดูแลและชี้นำเหล่ามนุษย์ให้พ้นจากภัยอันตรายนี้

เหล่าพระเจ้าได้ช่วยเหลือมนุษย์มากมาย จนทำให้มีเหล่าสาวกผู้ติดตาม พระเจ้าจึงได้มอบพลังส่วนหนึ่งให้เหล่าสาวกเพื่อคอยช่วยเหลือดูแลมนุษย์

ผู้คนเรียกขานเหล่าสาวกที่รับใช้พระเจ้าว่า “สตราต้าวิสต้า”

ทว่าด้วยเหตุการณ์บางอย่างทำให้พระเจ้าละทิ้งมนุษย์และกลับไปยังดินแดนแห่งสวรรค์

สาวกส่วนหนึ่งที่ได้รับพลังจากพระเจ้าจึงคิดที่จะเป็นพระเจ้าแห่งโลกนี้แทน และได้ใช้ชื่อของ สตราต้าวิสต้าในการบงการมนุษย์และอยู่ในเงามืดของประวัติศาสตร์มนุษย์เรื่อยมา

ณ ทวีปโอเปอร์เซีย ซึ่งประกอบไปด้วย ประเทศต่างๆมากมาย ได้แก่ โอเปอร์โต้/เวสปาโนล่า/บริสเทีย/อิลเลีย/ทาร์ก้า/แอปซิเนีย

แต่ละประเทศก็ต่างทำสงครามแย่งชิงพื้นที่เพื่อทรัพยากรและความเจริญของประเทศ

ประเทศโอเปอร์โต้เป็นประเทศที่เล็กที่สุด และมีแหล่งทรัพยากรน้อยที่สุด

จึงได้มีแผนในการสำรวจหาดินแดนใหม่ เพื่อนำทรัพยากรมาพัฒนาประเทศแต่ก็ยังไม่สำเร็จ

กิลเบอร์โต้ กรานาโด้ เป็นชาวบริสเทีย เกิดในตระกูลชาวบ้านธรรมดาสามัญ

ฟอรุซซิโอ้ เอสปาด้า เป็นชาวโอเปอร์โต้ เกิดในตระกูลขุนนางและเชื้อพระวงศ์จึงได้รับยศเป็นท่านเคาท์

ทั้ง 2 พบกันที่โรงเรียนนายเรือแห่งบริสเทีย และได้เป็นเพื่อนสนิทกัน ทั้งคู่มีความสามารถมากเมื่อเรียนจบจึงได้เข้ารับราชการเป็นทหารเรือแห่งโอเปอร์โต้ ราชินีตริเอนเตส ผู้ครองประเทศโอเปอร์โต้ มีรับสั่งให้ทั้ง 2 ค้นหาเส้นทางการค้าใหม่เนื่องจากเส้นทางเก่าถูกประเทศทาร์ก้าปิด

ทั้ง 2 จึงเดินทางเพื่อหาเส้นทางการค้าใหม่ ผ่านทะเลมรณะ ที่นักเดินเรือส่วนใหญ่ไม่กล้าไปเพราะกลัวเรืออัปปาง

ทว่าในที่สุดทั้ง 2 ก็ผ่านทะเลมรณะมาได้สำร็จ และได้ค้นพบดินแดนแห่งใหม่ จึงได้รายงานให้ราชินีตรืเอนเตสทราบ

เพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกูล ราชินีตริเอนเตส จึงได้ตั้งชื่อดินแดนแห่งใหม่นี้ว่า กรานาโด้เอสปาด้า

การสำรวจดินแดนใหม่เริ่มต้นขึ้นโดยคนเพียง 90 คน หลังจากนั้นคณะสำรวจชุดที่ 2 ได้เดินทางมายังทวีปใหม่และได้สร้าง ปอโตเบลโล เพื่อขนถ่ายสินค้าและเสบียงยังชีพ

ที่ประเทศเวสปาโนล่า กษัตริย์ฟิลิปเป้ที่ 2 สิ้นพระชนน์ ขุนนางได้เชิญ น้องชายของกษัตริย์ฟิลิปเป้ขึ้นครองราชย์และได้รับสมญานามว่าพระเจ้าซันโจที่ 4 โดยให้เหตุผลว่าโอรสของกษัตริย์ฟิลิปเป้อายุยังน้อย

กษัตริย์ซันโจที่ 4 จึงได้ให้ยศโอรสของของกษัตริย์ฟิลิเป้ที่ 2 เป็นอาร์คดยุคฟิลิปเป้ ตามชื่อของบิดา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สูงสุดรองจากพระราชา 1 ขั้น

จากการสำรวจดินแดนใหม่ทำให้ประเทศ โอเปอร์โต้ เป็นหนี้อย่างมหาศาล ประเทศเวสปาโนล่าด้วยความอยากมีส่วนร่วมในการสำรวจดินแดนใหม่ จึงเสนอให้รวมประเทศเข้าด้วยกันและจะเคลียร์หนี้สินให้ทั้งหมด ในที่สุด โอเปอร์โต้ก็รวมเข้ากับเวสปาโนล่า และทำให้เวสปาโนล่ามีสิทธิ์

ในการสำรวจทวีป ด้วยความรักและการเมือง ทำให้กษัตริย์ซันโจที่ 4 ต้องสมรสกับ ราชินีตริเอนเตสแห่ง โอเปอร์โต้

เริ่มสร้างเมืองท่าโคอิมบราเพื่อใช้ ขนถ่ายเสบียงและเหล่านักสำรวจที่มากขึ้นจากเวสปาโนล่า

ไม่นานท่าเรือโคอิมบราก็ถูกปีศาจจู่โจม

เพื่อป้องกันการบุกโจมตีจากเหล่าปีศาจ กิลเบอร์โต้และฟอรุซซิโอ้นำทัพแนวหน้า ทว่าก็พลาดท่า กิลเบอร์โต้ กรานาโด้ เสียชีวิต

ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ หลังจากเหตุการณ์นั้นได้เดินทางกลับมายังเวสปาโนล่าและได้เข้าร่วมกลุ่มองค์กรา “สตราต้าวิสต้า” เพื่อฝึกฝนการใช้พลังเวทย์ในการหาทางปิดผนึกเหล่าปีศาจในทวีปใหม่

ราชินีตริเอนเตสได้ให้ประสูติ เจ้าหญิงเอสเปอรันซ่า สร้างความยินดีให้แก่เหล่าประชาชนเป็นอย่างมาก

อีกด้านหนึ่ง อาร์คดยุคฟิลิปเป้ ได้สร้างเมืองฟิลิปเป้ขึ้น

เมืองรีโบโดวซ์ถูกสร้างขึ้นที่ดินแดนใหม่ โดยใช้เป็นศูนย์กลางของเหล่านักสำรวจแห่งเวสปาโนล่า

ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ฝึกฝนเวทย์มนต์จนเก่งกาจและเป็นหนึ่งในหัวหน้ากลุ่มองค์กร “สตราต้าวิสต้า”

ณ เมืองเล็กๆ ที่อยู่ระหว่าง ประเทศเวสปาโนล่าและอิลเลีย นักวิจัยหนุ่มได้ค้นพบทางเข้าลับซึ่งทำให้เขาได้มาเจอประตูปริศนาบานใหญ่ เข้าได้สำรวจบริเวณโดยรอบและได้รับรู้ว่า ที่นี่คือ ดินแดนแห่งพันธะสัญญา เดโนว

นักวิจัยหนุ่มได้พบกับ เทพแห่งความมืดโอคูรัส ด้วยโชคชะตาทำให้ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนกัน

ทว่าเกิดสงครามขึ้นระหว่างเวสปาโนล่าและอิลเลีย นักวิจัยหนุ่มจึงต้องออกไปสู้รับเพื่อบ้านเมือง โอคูรัส จึงได้มอบพลังแห่งความมืดให้เพื่อใช้ยุติสงคราม และเขาจะได้กลับมาคุยกันอีก

ทว่าด้วยพลังที่ยิ่งใหญ่ ก็ทำให้สมารถต่อสู้กับเวสปาโนล่าได้ แต่สงครามก็สิ้นสุดลงด้วความผ่ายแพ้

ทว่าผู้คนก็ต่างหวาดกลัวพลังนั้น นักวิจัยหนุ่มถูกกล่าวหาว่าบูชาลัทธิปีศาจและถูกประหารชีวิต

(นครรัฐศักดิ์สิทธิ์ อาร์โมเนีย)

ด้วยความโกรธ จึงเปิดศึกกับเหล่ามนุษย์ สงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก มีเพียงปีศาจ 3 ตนเท่านั้นได้แก่ เทพแห่งความมืดโอคูรัส ราชาแห่งไฟนรกมีเทียร์ และราชินีแห่งความหนาวเหน็บ เทมเพลส

ด้วยความช่วยเหลือจาก เคาท์ฟอรุซซิโอ้ และองค์กรสตราต้าวิสต้า ในที่สุดก็สามารถยุติสงครามลงได้

โอคูรัส ยอมถูกผนึกลงในหนังสือของเคาท์ฟอรุซซิโอ้ ก่อนถูกผนึกเขาได้มอบพลังให้กับโมริ ลูกชายของนักวิจัยคนนั้น

เมืองถูกบูรณะขึ้นมาใหม่ และได้ตั้งชื่อว่าอาร์โมเนีย ได้มาจากชื่อเทพแห่งการรักษา โดยเป็นนครรัฐศักดิ์สิทธิ์แยกตัวเป็นเอกเทศไม่ขึ้นตรงต่อประเทศใด

เซร่าลูกสาวของนักวิจัยหนุ่มผู้นั้นได้กลายมาเป็นแม่ชีศักดิ์สิทธิ์ประจำโบสถ์อาร์โมเนีย

โมริได้เข้ามาอยู่ในองค์กรสตราต้าวิสต้า และเป็นลูกศิษย์ฟอรุซซิโอ้เพื่อฝึกฝนในการใช้พลังแห่งอบิส

เวสปาโนล่า ก่อตั้ง NOCC หรือองค์กรควบคุมทวีปใหม่ (The New Continet Order Control Commission) ซึ่งก่อตั้งจากเหล่าขุนนางในเวสปาโนล่าและชนชั้นสูง

(เมืองอุช)

ทว่าด้วยการนโยบายการเก็บอัตราภาษีที่แพง จากกลุ่ม NOCC ทำให้ผู้คนในเมืองรีโบโดซ์และโคอิมบราเกิดการต่อต้าน

เหล่าผู้คนที่ไม่พอใจได้อพยพย้ายขึ้นไปทางตอนเหนือของทวีปและเริ่มช่วยกันสร้างเมืองขึ้นมาใหม่และให้ชื่อว่า เมืองอุช

จากการเลือกตั้ง นายกเทศมนตรีคนแรกของเมืองอุช

มีชื่อว่า ลีโอนาร์โด้ ริโอ ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของท่านเคาท์ฟอรุซซิโอกับกิลเบอร์โต้ในอดีต

ที่เวสปาโนล่า พระเจ้าซันโจที่ 4 เสด็จสวรรคต เหล่าขุนนางได้เชิญเจ้าหญิงเอสเปอรันซ่าขึ้นครองราชย์ เป็น ราชินีเอสเปอรันซ่า สร้างความไม่พอใจให้แก่อาร์คดยุคฟิลิปเป้เป็นอย่างมาก

ราชินีเอสเปอรันซ่าแต่งตั้งให้ ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินในทวีป Granadoespada และ โปรดให้สร้างเมืองท่าโคอิมบราขึ้นมาใหม่

ท่านเคาท์ ฟอรุซซิโอ้ เดินทางกลับมายังดินแดน Granadoespada อีกครั้งพร้อมด้วยเหล่าลูกศิษย์และสาวกของกลุ่มสตราต้าวิสต้า เพื่อสำรวจดินแดนต่อ

ทั้งหมดได้หลงเข้าไปยังดินแดนลับแลและได้พบ นครเออรัคและชนเผ่าโบราณ ณ ที่แห่งนั้น

ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ ได้อยู่เพื่อศึกษาเกี่ยวกับพลังแห่งดวงดาวและธาตุทั้ง 5 ที่เหล่าเทพเจ้าโบราณได้ทิ้งไว้ในดินแดนแห่งนี้

ทว่าท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ก็ได้พบรักกับเจ้าหญิงฮาร์มัน ลูกสาวของมูฟาซาหัวหน้าเผ่าเออรัค

อาร์คดยุคฟิลิปเป้วางแผนที่จะชิงราชสมบัติมาจากราชินีเอสเปอรันซ่า และเริ่มรวบรวมผู้คน โดยได้รับการช่วยเหลือจาก เฮอร์นันเดซ จอมเวทย์ที่ได้รับการยกย่องว่าเก่งกาจที่สุดแห่งเวสปาโนล่า

 

ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้ และคณะเดินทางออกจากนครเออรัคเพื่อตามหาธาตุทั้ง 5 และตามหาประตูที่ใช้ไปยังดินแดนแห่งสวรรค์

ทว่าเมื่อมาถึงเมืองอุชก็ได้รับรู้เกี่ยวกับแผนลอบสังหารด้วยยาพิษในอาหาร ท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้จัดฉากว่าตนเองได้กินยาพิษและเสียชีวิต

เพื่อไม่ให้มีใครสงสัยในเรื่องที่เกิดขึ้นเขาได้แบ่งพลังมอบให้ลุกศิษย์และเหล่าสาวกผู้ภักดี เพื่อใช้เป็นพลังในการต่อสู้สิ่งชั่วร้ายในทวีปนี้ ทุกคนที่ได้รับพลังเรียกสิ่งนี้ว่า มรดกของฟอรุซซิโอ้

ข่าวการตายของท่านเคาท์ฟอรุซซิโอ้แพร่กระจายออกไปทั่ว ประเทศเวสปาโนล่าอ้างสิทธิในการปกครองทวีป Granadoespada โดยเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียว

ซึ่งประเทศบริสเทียไม่ยินยอม เพราะกิลเบอร์โต้ กรานาโด้ เป็นชาวบริสเทีย ประเทศบริสเทียก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการปกครองทวีปนี้ด้วย

เกิดการเจรจาทางการทูตกันหลายครั้งระหว่างประเทศบริสเทียและเวสปาโนล่า ประเทศเวสปาโนล่า ประกาศแต่งตั้ง 10 ขุนนางแห่งเวสปาโนล่า เพื่อแสดงแสนยานุภาพ จากคำเสนอแนะของอาร์คดยุคฟิลิปเป้

แกรนดิสหญิงสาวที่มีความสวยงามและความเก่งกาจได้พบรักกับอาร์คดยุคฟิลิปเป้ ในการประชุมระหว่างเหล่า 10 ขุนนาง

อีกด้านหนึ่งประเทศอิลเลียเกิดความขัดแย้งจนกลายเป็นสงครามกลางเมืองระหว่าง ดยุคเวอร์เนียและดยุคบีเดล

การเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศบริสเทียและประเทศเวสปาโนล่าถึงขั้นแตกหัก ประเทศบริสเทียเริ่มเปิดฉากการโจมตีประเทศเวสปาโนล่าก่อน

ลอร์ด คลีเซ่ เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของประเทศบริสเทียในการรบครั้งนี้ เซอร์ลินดอน เป็นผู้บัญชาการสูงสุดของประเทศเวสปาโนล่า และยังมีกองทหารสีชาดแห่งเวสปาโนล่าที่ไม่ขึ้นตรงต่อใครนำโดยนายพลเรย์โนลรวมทัพต่อสู้ด้วย

สงครามระหว่างประเทศบริสเทียและเวสปาโนล่า ต่อสู้กันยาวนานจนได้ชื่อว่า สงคราม 3 ปี

อีกด้านหนึ่ง สงครามกลางเมืองในประเทศอิลเลียยุติลง โดยความตายของตระกูลเวอร์เนียผู้เหลือรอดชีวิตเพียงคนเดียวคือ เจ้าหญิง เลโอน่า เวอร์เนีย สงครามครั้งนั้นถูกเรียกว่า การหลั่งเลือดแห่งเวอร์เนีย

 

 

 

 

 

 

ถ้าชื่นชอบบทความนี้กดไลค์

เป็นกำลังใจกันให้ด้วยนะครับผม

ตระกูล Ranken

เซิฟเวอร์ Corona

Find us on Facebook

Shares
Share This