GE LOVE STORY : Van&Onella นักบวชแห่งความมืดและสาวศักดิ์สิทธิ์แห่งอาร์โมเนีย by Ranken

เรื่องราวความรักมีอยู่ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในเกม Granadoespada ก็มีความรักเกิดขึ้นมากมายหลายรูปแบบ GE LOVE STORY ขอนำท่านมาพบกับคู่รักในเกม Granadoespada โดยในครั้งแรกนี้เราจะเสนอเรื่องราวความรักของนักบวชแห่งความมืดและสาวศักดิ์สิทธิ์ที่หลายคนได้ทำเควสกันแล้วรู้สึกเศร้าซึ้งและเป็นหนึ่งในความประทับใจของใครหลายคน นั้นก็คือ Van&Onella

Van (แวน)
ประวัติ : นักบวชแห่งความมืดโมเมนต์โต้โมริ ได้รับสมญานามว่าบุ๊คออฟแบล็กเมจิค ผู้ใช้พลังอบิสแห่งความมืด ถือว่าเป็นหนึ่งในจอมเวทย์ที่เก่งที่สุดคนหนึ่งในเกมนี้ แวนเป็นลูกชายของโมริ ซึ่งอดีตโมริเป็นหนึ่งในผู้นำระดับสูงของสตราต้าวิสต้าอีกด้วย นอกจากนี้แวนยังมีน้องชายอีกหนึ่งคนชื่อว่าวินเซนต์ แวนได้รับสือทอดพลังอบิสมาจากผู้เป็นพ่อและสามารถควบคุมพลังอบิสได้ตั้งแต่ยังเด็ก บาทหลวงนูเอลล่า จึงได้บอกความจริงเกี่ยวกับพ่อของแวนและได้ให้แวนศึกษาและเรียนรู้การใช้พลังแห่งอบิสจากตำราที่เหลืออยู่ของโมริ แวนที่ได้รับรู้ความจริงเรื่องพ่อของตน จึงตั้งใจจะใช้พลังนี้ไปในทางที่ถูกต้อง เขาตั้งชื่อตำราเวทย์ที่พ่อของเขาบันทึกไว้ว่า โมเมนต์โต้โมริ และพกมันติดตัวไปด้วยเสมอ ด้วยความที่แวนเกรงกลัวว่าพลังอบิสจะไปทำร้ายผู้อื่นจึงกลายเป็นคนเก็บตัวและไม่ค่อยพูดกับใคร

 

Onella (โอเนลล่า)

ประวัติ : หญิงสาวศักดิ์สิทธิ์คนที่สองแห่งโบสถ์อาร์โมเนียต่อจากเซนต์เลดี้เซร่า ได้รับเลือกเพราะสามารถทำให้สร้อยคอของเซร่าที่ทำมาจากผลึกอาร์โมเนี่ยมซึ่งเป็นผลึกที่สามารถรับพลังศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงสว่างได้ โอเนลล่าถือเป็นหญิงสาวศักดิ์สิทธิ์ที่มีพลังมากที่สุดในบรรดาสาวศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดที่ในเกมได้พูดถึงไว้ระดับพลังของโอเนลล่าเทียบเท่ากับ เนโครบัสนาวาสในร่างสมบูรณ์เลยทีเดียว จริงๆแล้วโอเนลล่าเป็นหญิงสาวที่คุยเก่งชอบความสนุกสนานรื่นเริงและชอบรอยยิ้มของผู้คน ความฝันของโอเนลล่าอยากไปเที่ยวตามที่ต่างๆทว่าด้วยความที่ต้องเป็นหญิงสาวศักดิ์สิทธิ์หน้าที่ต้องมาก่อนเหนือสิ่งอื่นใด ทำให้โอเนลล่าต้องอยู่ที่โบสถ์อาร์โมเนียเท่านั้น

 

 

จุดเริ่มต้นของความรัก

กลุ่มสตราต้าวิสต้าต้องการครอบครองพลังแห่งอบิสจึงทำให้เกิดสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งที่ 2 ขึ้น แวนที่ขนาดนั้นได้มาเป็นกลุ่มนักรบพาลาดินได้เพลอใช้พลังแห่งอบิสเพื่อปกป้องน้องชายจากการจู่โจมของเหล่ากองทัพปีศาจอบิส แม้แวนจะถูกอนุญาตให้ใช้พลังนี้ได้ แต่ก็ทำให้ผู้คนต่างหวาดกลัวพลังของเขาอีกทั้งยังเป็นชวนเหตุทำให้กองทัพแตกออกเป็น 2 ฝ่ายได้แก่ฝ่ายพาลาดินและฝ่ายโมเมนต์โต้โมริ แวนมักจะหนีความวุ่นวายมานั่งที่สวนดอกไม้บริเวณโบสถ์อาร์โมเนียเสมอๆ

 

 

แวนนั่งอยู่ในสวนด้วยสายตาที่เหม่อลอย ขณะนั้นเอง โอเนลล่า เดินผ่านมาเห็นเข้าด้วยความที่เห็นเขาดูเศร้าๆเธอจึงมอบดอกนาซิสซ่าให้แก่แวน ทว่าแวนไม่ได้สนใจดอกไม้เท่าไรนัก เขาก็ยังคงนั่งเหม่อลอยเหมือนเดิม

 

เวลาผ่านไป….เป็นวัน….เป็นเดือน….เป็นปี แต่ทุกๆวันแวนก็จะมานั่งเหม่อลอยที่สวนแห่งนี้อยู่เสมอ โอเนลล่า ก็จะมานั่งข้างๆเอาดอกไม้มาให้อยู่เรื่อยๆเช่นกัน ด้วยความไม่เข้าใจหรือต้องการเอาชนะเธอก็ไม่อาจรู้ได้ เธออยากที่จะเปิดใจของแวนออก แต่แวนก็ยังคงไม่สนใจเธอและดอกไม้ที่เธอให้อยู่ดี….. “คนโง่ เย็นชากับฉันจริงๆเลยนะ” โอเนลล่าคิดในใจแบบนี้ทุกครั้งที่เจอแวน

 

แต่แล้ววันหนึ่ง เธอก็ได้พบแวนที่สวนเช่นเคย ทว่าวันนั้นแวนพาเด็กผู้ชายมาด้วย เด็กผู้ชายที่ดูสดใส…… “นั้นคือวินเซนต์น้องชายของเขาอย่างงั้นรึ?”

 

เธอได้เห็นแววตาที่อบอุ่นและรอยยิ้มของแวนเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ดูจริงใจและอ่อนโยน เมื่อได้เห็นดังนั้นเธอก็ดีใจอย่างบอกไม่ถูก ในใจของโอเนลล่าคิดว่า

 

“เขาก็ไม่ใช่คนที่เลวร้ายเหมือนอย่างที่นักบวชและคนอื่นๆเคยบอกว่าเขาเป็นคนน่ากลัวและอันตรายเลยสักนิด” เธอคิดได้ดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างสบายใจ

 

แต่แล้วแวนก็หายไปไม่มาที่สวนดอกไม้อีก ผ่านไปหลายเดือน โอเนลล่าเฝ้าคิดถึงแวน อยากรู้ว่าป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง และตอนนี้เขาหายไปอยู่ไหนกัน

 

“คนบ้า ถ้าเขาไม่เป็นอะไรก็คงจะดี” โอเนลล่าได้แต่เพียงนึกอยู่ในใจ

 

การพบกันอีกครั้ง

จนกระทั่ง โอเนลล่ารู้เรื่องเกี่ยวกับสงครามอบิสครั้งที่ 2 ด้วยความที่อยากจะช่วยทำอะไรบ้าง จึงรับหน้าที่เข้าไปดูแลรักษาคนที่บาดเจ็บและคอยปลอบเหล่าทหารอาร์โมเนียที่ไปสู้รบในสงคราม       โอเนลล่าจึงได้เดินทางไปยัง Apostadero ทางใต้ดินแห่งโบสถ์อาร์โมเนียผู้คนมากมาย บาดเจ็บจากการสู้รบ บ้างก็หวาดกลัวจากสงครามที่เกิดขึ้น พลังของโอเนลล่า ที่พระเจ้าประทานมาให้ อย่างน้อยเธอก็คิดว่าแม้จะช่วยไม่ได้มากแต่เพื่อบรรเทาทุกข์แก่พวกทหารอาร์โมเนียที่กล้าหาญได้บ้างก็คงดี

และแล้วเธอก็ได้พบกับคนที่เธออยากเจอมาตลอด แวนนั้นเอง เขากำลังแบกเพื่อนทหารอาร์โมเนียที่บาดเจ็บกลับมายังค่าย ทั้งตัวของแวนเต็มไปด้วยเลือดและบาดแผล โอเนลล่า รีบเดินไปหาแวน เธอพยายามจัดชุดของเธอให้ดูเป็นระเบียบ ในใจถึงแม้เธอจะคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องที่ควรจะทำตอนนี้ แต่เธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไปทำไม แต่แวนก็ไม่ได้สนใจเธอนัก นั้นก็ทำให้เธอรู้สึกโมโหอยุ่ไม่น้อย เธอรักษาบาดแผลให้แวน ดวงตาของแวนก็ยังคงดูเหม่อลอยและเศร้าอยู่เหมือนเดิม เขาผู้ที่จิตใจเหมือนถูกกักขังจากเรื่องบางอย่าง โอเนลล่านึกสงสารแวนอยู่ในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

วันต่อมาสงครามในวันนี้เป็นไปอย่างหนักหน่วง ทหารหลายคนต่างบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก ทุกคนต่างหวาดกลัว หลายคนต่างภาวนาต่อพระเจ้าให้สงครามครั้งนี้จบลงโดยเร็ว โอเนลล่าก็พยายามที่จะปลอบปะโลมและรักษาบาดแผลทหารทุกคนอย่างเต็มความสามารถ ทว่าแวนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขนาดที่พวกทหารต้องช่วยกันแบกเขาเข้ามายัง Apostadero โอเนลล่าตกใจมากและรีบเข้าไปรักษาแวนทันที

 

ความรักของทั้งสอง

ที่ค่ายรักษาโอเนลล่าได้นั่งเฝ้าแวนอยู่ไม่ห่าง แม้ยามหลับเขาก็ดูเหมือนจะหลับไม่สนิท “ความมืดในจิตใจเขาคืออะไรกันแน่นะ” โอเนลล่าได้แต่นั่งคิด  แวนสลบไปอยู่หลายวัน โอเนลล่าได้จับมือแวนเอาไว้คอยดูแลไม่ห่าง จนกระทั่งแวนฟื้น แวนรับรู้ได้ถึงบางสิ่งความรู้สึกนี้ทำให้หัวใจที่เย็นชาของแวนกลับอบอุ่นขึ้น “ความอบอุ่นนี้ใครกันนะ” แวนคิดในใจและลืมตาตื่นขึ้น แวนตกใจที่เห็นโอเนลล่าจับมือตัวเองไว้ เขารีบลุกอย่างรวดเร็วจนตกเตียงหน้าของเขาแดงมากด้วยความอาย โอเนลล่ายิ้มและหัวเราะในท่าทางตลกๆของเขา

หลังจากวันนั้นทั้งคู่ก็คุยกันและเปิดใจกันมากขึ้น ถึงแม้ส่วนใหญ่จะเป็นโอเนลล่าที่เล่าเรื่องให้แวนฟังซะมากกว่า แวนมักจะพูดถึงเรื่องสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ เรื่องนู้นเรื่องนี้ รวมไปถึงเรื่องแวนไม่ชอบกินพริกหยวก ทำให้โอเนลล่าหัวเราะออกมา แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ “คนในอาร์โมเนียนี่ส่วนใหญ่มักจะเกลียดพริกหยวกกันสินะ” ตอนเด็กๆโอเนลล่าก็ไม่ชอบพริกหยวก แต่ก็ฝืนกินจนสามารถกินได้ วันหนึ่งโอเนลล่าได้นั่งกินข้าวเย็นกับแวนที่ Apostadero วันนี้เป็นซุปใส่พริกหยวก แวนพยามตักพริกหยวกออกจากซุปอย่างตั้งใจมาก จนโอเนลล่าหัวเราะ ในใจก็คิดว่า “คนเย็นชาอย่างแวน เวลาตักพริกหยวกอย่างตั้งใจแบบนี้ก็ดูน่ารักดีนะ”

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ได้อยู่กับแวนที่ Apostadero แวนเปลี่ยนไปมากโอเนลล่า รู้สึกได้ว่าใจของแวนกำลังเปิดออก เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก ทว่าเวลาแห่งความสุขนั้นอยู่ได้ไม่นานนัก พลังของโอเนลล่าเริ่มมีมากขึ้น เธอเริ่มที่จะฝันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต ถึงแม้เธอจะไม่รู้ว่านั้นเป็นความจริงหรือไม่แต่เธอก็เริ่มรู้สึกกลัว ความฝันที่ว่าแวนใช้พลังอบิสทำลายอาร์โมเนียอย่างนั้นรึ ?    “เป็นไปไม่ได้เขาไม่ใช้คนเลวร้ายแบบนั้น” ถึงจะคิดแบบนั้นแต่โอเนลล่าก็ยังรู้สึกกลัวอยู่ในใจ

เกิดเหตุการณ์แร่อาร์โมเนี่ยมป่นเปื้อนพลังอบิสจึงทำให้พวกปีศาจอบิสแข็งแกร่งยิ่งขึ้น มีการประชุมเพื่อเร่งหาวิธีในการที่แก้ไขเกี่ยวกับก้อนผลึกอาร์โมเนียมให้กลับ มาเป็นอย่างเดิม ทว่าผลสรุปสิ่งที่จะทำให้ก้อนผลึกนั้นถูกชำระล้างก็คือพลังศักดิ์สิทธิ์ของโอเนลล่า ทว่าพลังนั้นสามารถแก้ไขได้เพียงก้อนที่ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก้อนผลึกขนาดใหญ่ ที่ผนึกประตูนรกอยู่นั้น ทางเดียวที่จะชำระล้างได้นั้นก็คือ สังเวยชีวิตของโอเนลล่านั้นเอง ซึ่งนักรบทุกคนไม่เห็นด้วยกับการกระทำนี้ โดยเฉพาะแวนที่โกรธอย่างมาก นักรบทุกคนจึงตกลงรวมมือกันจบสงครามครั้งนี้ให้ได้เพื่อปกป้องโอเนลล่าทำให้ กลุ่มนักรบพาลาดินแห่งอาร์โมเนียและโมเมนต์โต้โมริ ยอมยุติความบาดหมางลง

โอเนลล่าคิดว่า การที่ได้อยู่ที่ Apostadero แม้จะดูเหมือนเป็นนรกที่โหดร้าย ทว่าที่แห่งนี้กลับมีเรื่องราวดีๆมากมาย ทั้งทหารอาร์โมเนีย ที่หลังจากสงครามก็มานั่งร้องเพลงร่วมกัน วิลเลี่ยมและแพททริค ที่ทะเลาะกันและตีกันบ่อยครั้งก็เรียกเสียงหัวเราะได้ไม่น้อย เพราะเวลาวิลเลี่ยมสู้ไม่ได้ก็มักจะวิ่งไปรอบค่ายตะโกนว่าแพททริครังแกเขา แต่ทั้ง2ก็เป็นเหมือนเพื่อนรักกัน จูเลียน่า ที่มีรอยยิ้มสดใสเธอมักจะยิ้มแย้มอยู่เสมอ ส่วนเลน่าก็จะคอยตามเธอไม่เคยห่าง คอยปกป้องเธอจากพวกทหารอาร์โมเนียที่ชอบมาจีบเธอ พวกนั้นมักจะโดนด้ามหอกของเลน่าฟาดใส่หัวเอาบ่อยๆ แต่ความจริงไม่ต้องปกป้องเธอก็ได้ เพราะเวลาจูเลียน่าโกรธฝีมือการยิงปืนของเธอน่ากลัวกว่าใครทั้งหมดอยู่แล้ว และเรื่องที่ดีที่สุดคือการได้อยู่กับแวนในที่แห่งนี้นั้นเอง

จนกระทั่ง วันนั้นมาถึงทหารอาร์โมเนียและโมเมนต์โต้โมริจะเข้าบุกโจมตี El Templo จุดศูนย์กลางของอบิส โอเนลล่ารู้สึกไม่สบายใจเลยกับการที่ทหารอาร์โมเนียไปที่นั้น แวนเมื่อได้รู้ข่าวก็มาหาโอเนลล่า เขาจับมือของเธอไว้อย่างแน่น และพูดว่า “การที่ไปที่นั้นตัวฉันนั้นไม่รู้ว่าจะมีชีวิตรอดกลับมาหรือไม่ หากฉันไม่กลับมาฝากเธอดูแลวินเซนต์ด้วยนะ” โอเนลล่าหันไปมองเด็กผูชายที่มีหน้าตาคล้ายแวนกำลังเล่นอยู่กับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในกลุ่มโมเมนต์โต้โมริ รอยยิ้มและดวงตาที่สดใส ช่างแตกต่างจากแวนเหลือเกิน  ทว่าโอเนลล่าก็พูดขึ้นมาว่า “อย่าห่วงไปเลยแวน โชคชะตาของเธอไม่ได้ตายอยู่ที่นั่นอย่างแน่นอน” อาจเป็นเพราะสิ่งที่เห็นในความฝันทำให้เธอเชื่อเช่นนั้น แต่ถ้าหากเป็นตามความฝันจริงแวนที่เป็นคนทำลายอาร์โมเนียละ โอเนลล่ารู้สึกสับสนอย่างมาก

แต่ทว่าผลของสงครามครั้งนี้แสนเลวร้าย ผู้คนต่างล่มตายเป็นจำนวนมาก กองทัพอาร์โมเนียและโมเมนต์โต้โมริถูกทำลายไปเกือบหมด ผู้คนที่โอเนลล่ารู้จัก แพททริค จูเลียน่าและเลน่า เสียชีวิตในสมรภูมิ วิลเลี่ยมก็บาดเจ็บสาหัสอย่างมาก ส่วนแวนก็หายสาปสูญไป พื้นที่ด้านนอก Apostadero  ตกอยู่ในความมืดมิด พลังอบิสเข้าครอบงำทุกพื้นที่ “แวนตอนนี้ท่านอยู่ที่ใด…ท่านยังมีชีวิตอยู่หรือไม่นะ?” โอเนลล่าได้แต่คิดและร้องไห้ออกมา

 

การจากลา

และแล้วจดหมายจากคณะบาทหลวงแห่งอาร์โมเนียก็มาถึงโอเนลล่า เธอไม่จำเป็นต้องเปิดอ่านก็รู้ว่าถึงเวลาของเธอแล้ว โอเนลล่ากลับไปยังโบสถ์อาร์โมเนีย Cathedral เพื่อจัดห้องให้สะอาด เธอได้เห็นดอกนาซิสซ่าในสวนก็นึกถึงครั้งแรกที่เธอได้พบแวน เธอกินอาหารครั้งสุดท้าย เป็นเนื้อผัดพริกหยวก เธอรู้สึกได้ว่ามันช่างอร่อยกว่าทุกๆวัน โอเนลล่า ได้เลือกเด็กเพื่อเป็นสาวศักดิ์สิทธิ์คนต่อไป อาร์นิสและเบริท ทั้งคู่มีพลังเท่าๆกัน ทว่า เบริทมีพลังอ่านใจผู้อื่นได้ โอเนลล่าเล็งเห็นว่าพลังนี้น่าจะมีประโยชน์แก่อาร์โมเนียในอนาคต จึงเลือกเบริทเป็นสาวศักดิ์สิทธิ์คนต่อไป

 

ขณะที่กำลังจะเดินทางไปยัง Apostadero แวนก็โผล่มา คนที่โอเนลล่าอยากเจอที่สุดในชีวิต เขาถามด้วยความโกรธว่า “โอเนลล่าเธอจะไปไหน?ไปทำอะไร?” แวนที่กำลังคลุ้มคลั่งแววตาของเขาที่เย็นชากลับเต็มไปด้วยความเสียใจ โอเนลล่านึกในใจ “เขาเสียใจให้กับข้างั้นรึ?” ทหารอาร์โมเนียในโบสถ์พยายามที่จะมาหยุดเขา ทว่าไม่เป็นผล

 

โอเนลล่า เดินเข้าไปเอามือจับหน้าของเขาไว้ เธอกล่าวว่า “ฉันดีใจนะในที่สุดฉันก็เข้าใจความรู้สึกของเธอแล้ว……แต่เราทั้งคู่เหมือนเส้นขนานที่ต่างก็มีโชคชะตาก้าวเดินของแต่ละคนนะ…….ตัวฉันตอนนี้เลือกที่จะปกป้องผู้คนปกป้องอาร์โมเนียที่เป็นเหมือนบ้านเกิดแห่งนี้ปกป้องเธอและน้องชายของเธอ” แวนร้องให้ออกมาอย่างหนัก เขาทรุดตัวลงอยู่ตรงนั้น โอเนลล่ากอดแวนไว้และกล่าวคำอำลา “อย่าเศร้าไปเลยนะแวนที่รัก…..ลาก่อนนะ” และเธอก็เดินจากไป

โอเนลล่าเดินทางไปยัง El Templo ใจกลางประตูแห่งอบิส ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของ โอเนลล่าทำให้เหล่าปีศาจอบิสไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย เธอได้ใช้พลังเพื่อพยายามเปลี่ยนแร่อาร์โมเนี่ยมที่ป่นเปื้อนอยู่ให้กลับมาบริสุทธิ์อีกครั้ง ซึ่งก็ต้องใช้เวลานานพอสมควร ช่วงที่เธอพักเธอได้ฝันถึง เหล่านักสำรวจแห่งทวีปใหม่และสงครามอบิสครั้งที่ 3 แต่นั้นไม่น่ากลัวเท่ากับที่เธอได้รับรู้ว่าแวนที่ตกสู่ความืดมิดเป็นคนก่อสงครามนี้ขึ้น โอเนลล่าจึงได้เริ่มเขียนจดหมายถึงเหล่านักสำรวจและแวนหวังว่าสักวันหนึ่งจดหมายฉบับนี้คงถึงมือพวกเขา

ขณะนั้นเองประตูอบิสก็เปิดออก เนโครบัสนาวาสได้ออกมาจากประตู เธอพูดกับโอเนลล่าด้วยนํ้าเสียงเยือกเย็น “พลังของเจ้าแข็งแกร่งเหมือนกันนี่เจ้ามนุษย์ แต่มนุษย์ไม่ควรมีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว” โอเนลล่ารู้สึกโกรธแต่ก็สงบจิตใจลงได้ เธอเดินเข้าไปหานาวาส นาวาสใช้พลังแห่งความมืดเข้าโจมตีโอเนลล่าแต่ก็ไม่เป็นผล พลังศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองร่างกายของเธออยู่ นาวาสกำลังสับสนด้วยความกลัวเธอถอยหลังเพราะเกรงกลัวพลังของโอเนลล่า โอเนลล่ากำลังจะใช้พลังทั้งหมดและชีวิตของเธอเพื่อชำระล้างผลึกแห่งอาร์โมเนี่ยมที่ป่นเปื้อน ก่อนจะหายไปเธอได้เดินเข้าไปจับมือของนาวาสไว้ มือที่เย็นยะเยือกปานนํ้าแข็ง…..ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์และการหยั่งรู้ทำให้เธอได้รู้ความจริง “ไม่นะท่านคือท่านเซร่าอย่างงั้นหรอ?” แสงสว่างกระจายไปทั่วพื้นที่ แร่อาร์โมเนี่ยมทั้งหมดกลายเป็นสีฟ้าสว่างสไวไปทั่ว โอเนลล่าได้จากไปแล้ว นาวาสได้รับผลกระทบพลังอบิสของเธอถูกลดทอนลงครึ่งหนี่งกลายเป็นปีศาจซัคคิวบัส….เธอพูดขึ้นว่า “สงครามอบิสครั้งนี้ยุติแล้วท่านอบิสโดมิเนเตอร์”……ประตูอบิสปิดลง ในที่สุดสงครามศักดิ์สิทธิ์ระหว่างอาร์โมเนียและปีศาจอบิสครั้งที่ 2 ก็ปิดฉากลง

 

จดหมายถึงแวน

ถึงคนที่ได้อ่านจดหมายฉบับนี้……เหล่านักสำรวจจากทวีปใหม่ที่พระเจ้าได้ทรงเลือกมาเพื่อปกป้องอาร์โมเนีย…….บางทีสถาณการณ์อาจเลวร้ายไปกว่าที่ฉันได้เห็นในนิมิต แวนได้เลือกฉันมากกว่าที่จะเลือกอยู่ข้างพระเจ้าเสียแล้ว…….ตัวฉันไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้นเลย ฉันขอร้องท่านนักสำรวจช่วยปกป้องแวนจากชะตากรรมครั้งนี้ด้วยเถิด

ถึงแวนที่กำลังอ่านจดหมายฉบับนี้….ตอนนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ดอกนาซิสซ่ามีกลีบที่บอบบาง ท่านต้องไม่จับมันแรงเกินไปนะรู้ไหม? วินเซนต์น้องชายของท่านชอบท่านมาก…..ท่านต้องแสดงให้น้องท่านเห็นนะว่าท่านเป็นคนดีและเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่น้องชายของท่านถ้าท่านรักน้องของท่านจริง…….แวนตอนนี้ท่านกินพริกหยวกได้หรือยัง….วินเซนต์นะก็ไม่ชอบพริกหยวกเหมือนกันนะท่านเป็นพี่ชายต้องอย่าเลือกกินนะรู้ไหม….เวลาคุยกับใครต้องมองตาเขาด้วยนี่เป็นมารยาทพื้นฐานนะ….ท่านปิดตัวเองมากเกินไปถ้าท่านเปิดใจและคุยกับใครด้วยใจจริงเขาก็จะจริงใจกับท่านเช่นกัน……ต่อไปข้างหน้าท่านต้องพบกับเรื่องต่างๆอีกมากมายจงผ่านบททดสอบที่พระเจ้ามอบให้….ข้าเป็นห่วงท่านนะ….คำขอสุดท้ายฉันอยากให้ท่านปกป้องอาร์โมเนียเมืองที่ท่านและฉันรักเหมือนที่พวกเราร่วมมือกันปกป้อง…ที่จริงแล้วมีเรื่องมากมายที่ฉันอยากคุยกับท่านแต่ก็มีเวลาไม่มากพอ…ฉันคิดถึงท่านเหลือเกินแวนที่รักของข้า ฉันจะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ ยังไงก็รักเธอ โอเนลล่า……

 

บทส่งท้าย

แวนที่ไม่มีโอเนลล่าอยู่โทษตัวเองที่ไม่สามารถปกป้อง โอเนลล่าอันเป็นที่รักได้ เขาได้ฝากวินเซนต์น้องชายของเขากับบาทหลวงนูเอลล่าที่เปรียบเสมือดพ่อบุญธรรมและออกเดินทาง เวลาผ่านไป 2 ปีแวนได้พบเจอกับเรื่องราวต่างๆมากมายความชั่วร้ายขององค์กรสตราต้าวิสต้า ทำให้เขารู้สึกท้อแท้สิ้นหวังความมืดในใจของแวนก่อให้เกิดความคิดชั่วร้ายแวนพยายามทำในสิ่งต้องห้ามโดยการหาหนทางคืนชีพ โอเนลล่า คนรักของเขา เพราะเขาเชื่อว่ามีแต่เธอเท่านั้นที่จะสามารถช่วยเหลือและเยียวยาจิตใจของเขาได้ แวนที่ออกเดินทางรวบรวมชิ้นส่วนของธาตุทั้ง 5 ได้เดินทางมาถึงประตูแห่งสวรรค์ที่เชื่อมโยงโลกนี้กับโลกแห่งพระเจ้า แวนใช้พลังแห่งอบิสพร้อมพลังของธาตุทั้ง 5 ปลุกชีพโอเนลล่า ในตอนแรกเหมือนจะสำเร็จ โอเนลล่าปรากฎขึ้นต่อหน้าแวนด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย แต่หลังจากนั้นก็หายไป แวนเสียใจอย่างมากที่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่อาจคืนชีพโอเนลล่าได้ ด้วยความเศร้าและความโกรธแค้นเขาสาบานที่จะทำลายอาร์โมเนียที่พรากเธอกับเขาให้ย่อยยับ

 

GE LOVE STORY : Van&Onella… I Still Love You

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้เสมอมา

ตระกูล Ranken เซิฟเวอร์ Corona

Find us on Facebook

Shares
Share This