Character Profile : เกรซ เบอร์เนลลี่ “สายลับนักแม่นปืน” by Lance Divider

เกรซ เบอร์เนลลี่ เป็นสาวลูกครึ่งบริสเทียกับทาร์กา แต่เกิดที่บริสเทีย เธอมีความสนใจในด้านปืนมาตั้งแต่เยาว์วัย เพราะว่ามีสายเลือดของทาร์กาอยู่ครึ่งหนึ่ง และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เธอมีสีผิวที่ดูคล้ำกว่าคนบริสเทียคนอื่นๆ ถึงแม้เธอจะโตมาในบริสเทียแต่เธอก็ดูเด่นกว่าคนอื่นในวัยเดียวกันด้วยผมสีขาวเด่นของเธอ

จนเมื่อเติบใหญ่ขึ้นเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เธอก็ได้เข้าเรียนที่โรงเรียนทหารของบริสเทีย ด้วยความตั้งใจที่ว่าจะใช้ความรู้เรื่องปืนที่มีมา ให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ และเธอก็เจอกับเฮรัน ไม้เบื่อไม้เมาของเธอที่โรงเรียนนายร้อยบริสเทียแห่งนี้นั่นเอง

เมื่อยามเธอเข้าเรียนก็สามารถทำผลงานที่คาดหวังได้ดี โดยที่ตัวเกรซเองนั้นถนัดอาวุธประเภทไรเฟิลมาก และเป็นมือปืนชั้นเยี่ยมของโรงเรียนคนหนึ่ง ซึ่งทางเฮรันก็มีผลการเรียนดีไม่แพ้กัน ทั้งสองจึงมักขับเคี่ยวกันและกันมาเสมอในช่วงระหว่างที่กำลังเรียน เฮรันก็มีคอยกลั่นแกล้งเกรซไปต่างๆนาๆแต่ก็ดูเหมือนเป็นการหยอกล้อเสียมากกว่า แต่ฝ่ายเกรซกลับรำคาญ ทั้งๆที่เฮรันนั้นคิดว่าเกรซคือคู่แข่ง

เวลาก็ผ่านล่วงเลยไปจนช่วงจบการศึกษา ทั้งคู่ได้ถูกบรรจุเข้ากองทัพ โดยที่เฮรันเป็นหน่วยข่าวกรองคอยสืบราชการให้กับทางบริสเทีย ซึ่งเกรซจะดูเหมือนไปเป็นทหารหน่วยจู่โจม แต่มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ตอนที่เป็นช่วงสงครามระหว่างบริสเทียกับเวสปาโนล่าได้เปิดศึกกัน เพื่อที่จะถือสิทธิ์ในการครอบครองทวีปใหม่ หรือคือ ทวีปกรานาโด เอสปาด้านั่นเอง ตอนนั้นเป็นช่วงสงครามสามปีช่วงต้น
ทางบริสเทียต้องการข่าวสารและต้องการส่งสายลับไปเพื่อสืบเรื่องราวภายในของเวสปาโนล่า เฮรันกลับเสนอชื่อของเกรซ เบอเนลลี่ให้เข้ารับงานสายสืบนี้ ซึ่งตัวเกรซเองก็ไม่ได้เต็มใจทำนักแต่เฮรันก็พยายามที่จะให้เกรซไปทำงานนี้ให้ได้ เกรซจึงใจอ่อนแล้วทำหน้าที่ไปสืบราชการลับให้กับทางบริสเทีย ซึ่งความจริงเฮรันนั้นไม่ได้ต้องการกลั่นแกล้งเกรซแต่อย่างใด แต่เธออยากให้เกรซได้หน้า และเลื่อนขั้น เธอทำไปเพราะว่าความเป็นเพื่อนเท่านั้น ถึงแม้เฮรันจะชอบแหย่ ชอบแกล้งเกรซเสมอแต่เธอนั้นจริงๆคิดในฐานะเพื่อนคนหนึ่งที่หวังดีเท่านั้น

“ถึงชั้นจะชอบแกล้งเกรซซี่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชั้นริษยาหรอกนะ อยากช่วยเหลือด้วยซ้ำ”

แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะว่าเมื่อเกรซไปทำงานเป็นสายลับ แต่ด้วยผมสีขาวเด่นของเธอ ทำให้มีคนจับตามอง และถูกจับได้ว่าเป็นสายลับ และเมื่อจวนตัวเกินไป เธอจึงต้องตัดผมที่ยาวของเธอให้สั้นลง เพื่อที่จะไม่ได้ถูกคนจับได้ว่าเป็นสายลับของบริสเทีย และเหตการณ์นี้เองทำให้เธอมีความเกลียดชังเฮรันมากขึ้นไปอีก เพราะเฮรันเป็นคนเสนอให้เธอมาทำหน้าที่นี้ จนต้องตัดผมของเธอ และหลังจากนั้นจากสิ่งเธอแค่รำคาญเฮรัน กลับเป็นไม่อยากแม้แต่จะเรียกชืออีกเลยนับแต่นั้นมา

จนเมื่อเวลาล่วงเลยไป สามปีเศษ

บทสรุปของสงครามนั้นคือความพ่ายแพ้ของบริสเทีย ด้วยการยิงพลังเวทย์ที่มีพลังมหาศาล จนทำให้บริสเทียต้องยอมพ่ายแพ้สงครามครั้งนี้ แต่เกรซยังคงทำหน้าที่ต่อไปโดยที่อยากจะสืบให้รู้ได้ว่าทำไมบริสเทียถึงต้องพ่ายแพ้ สาเหตุลึกๆมาจากสิ่งใด เธอจำเป็นที่ต้องรู้ให้ได้

(ปัจจุบันเธอได้แอบแฝงตัวอยู่แถวท่าเรือโคอิมบรา โดยที่ทำเป็นแม่ค้าขายอาวุธปืนและเก็บข้อมูล)

จนเมื่อตระกุลนักสำรวจหน้าใหม่ที่มาถึง ได้เดินทางมาถึงท่าเรือโคอิมบรา และได้พบกับเกรซที่นี่ ก็ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งเกรซก็เริ่มคิดว่าจะลองขอความช่วยเหลือจากตระกูลนักสำรวจไหม ซึ่งตัวเธอเองตอนนี้พลัดหลงกับเพื่อนที่มาด้วยกัน ตอนแรกที่มาทำงานสายลับ เธอมีคนติดตามมาด้วยอีก3คน แต่ทั้งสามคนตอนนี้ พลัดหลงและขาดการติดต่อไป ทำให้ไม่สะดวกที่จะทำอะไรมากในตอนนี้ และด้วยเหตุนี้เธอจึงคิดที่จะขอแรงของตระกูลนักสำรวจให้ช่วยเธอ แต่เธอยังไม่เชื่อว่าตระกุลนักสำรวจจะทำงานนี้ได้ เธอจึงขอทดสอบฝีมือด้วยการประลองดูเสียก่อน

(เอ่อ นี่คือทดสอบหรือปล่อยให้ชนะกันแน่เนี่ย??)

พอเมื่อเธอทดสอบได้แล้วว่า ตระกุลนักสำรวจหน้าใหม่กลุ่มนี้มีความสามารถพียงพอที่จะไหว้วานให้ช่วยเหลืองานของเธอได้ เธอจึงได้ขอร้องให้ ตระกุลนักสำรวจไปที่ เตตรา ส่วนสุสาน เพราะว่าเธอได้รับรายงานมาถึงสิ่งผิดปกติที่นั่น เธอจึงอยากตรวจสอบดู และเมือไปถึงตระกูลนักสำรวจ ก็พบเจอกับหญิงสาวผมแดง มีนามว่า เชอร์รีน เป็นคนของมาควิส เฮอร์นันเดส (ผู้มีศักดิ์เป็นพระอนุชาของพระราชาแห่งเวสปาโนล่าพระองค์ก่อนนั่นเอง) ซึ่งเชอร์รีนได้มาอาศัยทำพันธสัญญากับ เทรซเซอร์โกเลม ที่อยู่ในที่แห่งนี้ พอตระกุลนักสำรวจไปเจอเข้าเธอก็ทำท่าว่าจะปิดปากซะ กอนที่จะทำให้แผนของเธอเสีย แต่ตระกูลนักสำรวจก็สามารถเอาชนะได้อย่างเฉียดฉิวและเอาตัวรอดกลับมาได้

(เบื้องหลังก่อนที่จะเอาชนะเธอได้ ภาพจริงจากที่เกิดเหตุ…)

เมื่อเกรซได้ทราบจากตระกุลนักสำรวจที่กลับมาแล้ว บอกว่ามีแม่มดผมแดงที่อัญเชิญเทรซเซอร์โกเลมหลบซ่อนอยู่ที่เตตราส่วนสุสาน เธอก็ไม่รอช้า ขอติดตามไปด้วย เพื่อที่จะต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนของเฮอร์นันเดสถึงต้องมาที่แห่งนี้ และครั้งนี้เกรซได้ช่วยตระกูลนักสำรวจสู้ด้วย และสามารถเอาชนะเธอได้อีกครั้ง

(แล้วเจ้าคนยกนิ้วโป้งนี่มันได้ช่วยสู้ป่าวถามจริง?)

แต่เมื่อเอาชนะได้ เกรซก็ยังไม่อาจรู้ได้อยู่ดีกว่าเธอมาทำอะไรในที่แห่งนี้ และหลังจากนั้นเชอร์รีนก็หลบหนีไปจนได้ และเมื่อทุกคนกลับมายังโคอิมบรา เกรซจึงเสนอที่จะเข้าร่วมตระกูลนักสำรวจ เพื่อที่ว่าเธออาจจะได้เบาะแสอะไรมากขึ้นทั้งเรื่องเวสปาโนลาและเรื่องเพือนที่หายตัวไปของเธอ
เกรซคิดที่จะไปสำรวจที่เรือนจำจาควิน ซึ่งเป็นที่ๆเพื่อนของเธอได้ขาดการติดต่อไป เธอจึงอยากที่จะสืบเรื่องของเรือนจำจาควิน และได้ให้เราไปช่วยสำรวจที่เรือนจำจาควิน ซึ่งเธอได้เบาะแสเกี่ยวกับการทดลองอย่างลับ แต่เธอไม่รู้แน่ชัดว่าคืออะไร (จริงๆเกี่ยวของกับการทดลองอย่างลับๆของดร.ฟรานห์ โมเชี่ยน ที่ทดลองสร้างคริซาลิสขึ้นมา) แต่ระหว่างที่สืบเข้าใกล้ความจริงไปเรื่อยๆ เธอก็พบกับการ์เซีย ฮินกิส ซึ่งครั้งแรกที่พบกันนั้นเราเข้าใจผิดว่าเขาเป็นต้นเหตุเบื้องหลังความลับของเรือนจำจาควิน วึ่งจะตามไปจับตัวมาสอบสวนแต่เขาก็หนีไปเสียก่อน

แต่เมื่อยิ่งก้าวเท้าเข้าไปลึกมากขึ้น จนถึงในสุดก็พบกับดร.ฟรานห์ โมเชี่ยน ที่คิดว่าน่าจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ด้วยความแค้นที่เขามีจึงให้ไม่ฟังคำทัดทานใดและได้เข้าต่อสู้กับเรา แต่ในการต่อสู้ครั้งนั้น การ์เซียก็ได้เข้ามาช่วยเหลือต่อสู้กับเราด้วยเช่นกัน ซึ่งเมื่อเอาชนะได้ ดร.ฟรานห์ก็หลบหนีไป การ์เซียได้กล่าวว่าเขานั้นมาตามสืบเรื่องของพี่ชายที่หายตัวไป และยังเป็นคนของบริสเทียเช่นเดียวกับเกรซอีกด้วย เมื่อเขาพูดจบก็ได้เดินจากไป และหลังจากนั้นเกรซก็เจอเบาะแสของเพื่อนที่หายไปของเธอ เมื่อเกรซตามเบาะแสนั้นไป จากเรือนจำจาควิน เพื่อที่จะเดินทางไปสู่ดินแดนสีขาว ซึ่งก็เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับการเรียกตัวของไซมอนด์ อเยนต์ ที่ขอให้ตระกุลนักสำรวจ ช่วยเหลือ การ์เซีย ฮินกิส เกรซจึงได้ตัดสินใจที่จะไปตามหาเพือนของเธอพร้อมกับคอยช่วยเหลือการ์เซียไปด้วยพร้อมๆกัน เพราะเบาะแสทุกอย่างนั้น ชี้เป้าไปที่ดินแดนสีขาวทั้งหมดนั่นเอง และที่นั่น ก็ได้พบกับเพื่อนของเธอคนที่มีชือว่า เดอริค และเดอริคก็ได้บอกว่าตัวเขาหนีเอาชีวิตรอดออกมาได้แต่ก็ ต้องสูญเสียไอน์เพื่อนอีกคนของเขาไป เกรซได้ยินดังนั้นก็เศร้าใจ แต่ก็ยังคงตามเบาะแสไปอย่างไม่ลดละแต่ก็ไม่พบอะไรอีก แต่ตระกุลนักสำรวจก็แนะนำให้ไปหา อูริค ปู่ของวิกิ เผื่อที่จะมีเบาะแสใหม่ที่ติดตามต่อได้

เมื่อไปถึงกระท่อมของอูริค บังเอิญที่ดร.ทอร์ชอยู่ด้วย แต่เขากลับคิดว่าเกรซเป็นคนของเวสปาโนล่ามาตามจับตัวเขากลับไป จึงต้องให้ยาระงับประสาทก่อนที่จะสามารถพูดคุยได้ตามปกติ และทำให้เกรซรู้ว่า คนที่ทำปืนใหญ่ในสงคราม3ปีที่ทำให้บริสเทียพ่ายแพ้ ก็คือ ดร.ทอร์ชนี่เอง แต่เธอเองก็ได้ยินว่าด.ร.ทอร์ชไ่ม่ได้ตั้งใจใช้มันเป็นอาวุธ สิ่งที่เขาทำไปเพื่อเพียงเป็นการวิจัยการใช้พลังงานเท่านั้น พอได้ยินดังนั้น เธอจึงไม่อาจที่จะเคียดแค้นดร.ทอร์ชได้ และกล่าวขอบคุณก่อนที่จะเดินจากออกมา หลังจากนั้นเธอจึงกลับไปที่ท่าเรือโคอิมบรา

เมื่อกลับไปถึงโคอิมบราก็พบว่าปืนเธอถูกขโมยไปจากร้าน จึงต้องไปตามหาตัวคนร้าย จนเมื่อคดีนี้จบลง ตระกุลนักสำรวจก็ได้แนะนำให้ไปหาไซมอนด์ อเยนต์ ผู้นำสภาอิสระแห่งเมืองอุช เพื่อที่จะรายงานถึงการช่วยเหลือการ์เซียที่ไซมอนด์ได้ไหว้วานเราซึ่งสำเร็จลุล่วงแล้ว และจะได้สอบถามเรื่องราวต่อไป
แต่ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ก็มีทหารเข้ามาแจ้งเรื่องด่วนว่ามีมอนสเตอร์บุกรุกเข้ามาที่ประตูหน้าเมืองอุช ริมทะเลสาบตูริงเจน จนเดือดร้อนเกรซและตระกุลนักสำรวจต้องออกไประงับเหตุเอาไว้ และในเหตุการณ์นี้เองที่ทำให้เจอกับเชอร์รีนอีกครั้ง และได้ต่อสู้กัน ถึงจะเกือบพลาดพลั้งแต่ก็ยังเอาชนะเธอมาได้อีกครั้ง จนเชอร์รีนต้องหนีไป

จนเมื่อกลับมาหาไซมอนด์ เขาก็ก็ได้คำแนะนำว่าให้ลองไปหาผู้นำสูงสุดแห่งคีลเซ่ เคธ คีลเซ่ ไซมอนด์ก็ส่งจดหมายแนะนำตัวให้เกรซใช้ในการไปเข้าพบเคธ แต่ว่าจดหมายที่ให้ไปนั้นกลับใช้ไม่ได้ จดหมายนั้นมีตราที่ไม่ใช่ตราของกองทัพ และเบาะแสที่บ่งชี้ว่าเจ้าของตราในจดหมายปลอมคือคนที่อยู่ที่ผับหมวกแดง แต่เกรซพอไปถึงก็พบว่าเจ้าของที่นี่คือเฮรัน เธอจึงรีบหันหน้าเดินกลับออกจากร้านโดยที่ไม่ยอมคุยกับเฮรันเลย เพราะเธอคิดว่าที่เธอต้องตัดผมทิ้งเป็นความผิดของเฮรัน ถึงแม้เฮรันจะบอกว่าสามารถช่วยเหลือให้เกรซเข้าพบเคธได้แต่เธอก็ปฏิเสธความช่วยเหลือ และหาหนทางเองโดยไม่พึ่งเฮรัน

หลังจากนั้นเธอคิดที่จะปลอมลายเซ็นเพื่อเข้าพบเคธให้ได้ โดยไปสะดุดตาเข้ากับอลิซาเบธ จิตกรฝึกหัดที่สามารถวาดตราของกองทัพออกมาได้อย่างเหมือนมาก จึงได้ขอร้องให้อลิซาเบธช่วยวาดให้จนสำเร็จ แต่วิธีนี้ก็ล้มเหลวจนเกือบถูกทหารยามจับตัวไปสอบสวน ฐานปลอมแปลงเอกสาร แต่ก็ได้เฮรันที่มาออกหน้าช่วยเหลือเกรซไว้ และได้เสนอให้เกรซมาคุยกับเธอที่ผับหมวกแดง
เมื่อเฮรันได้คุยกับเกรซก็พยายามเกลี้ยกล่อมให้เกรซเข้าร่วมกับการปลดปล่อยบริสเทีย แต่ถึงแม้เธอจะไม่เต็มใจแต่ในที่สุดก็ตกลงที่จะช่วยเหลือในการปลดปล่อยบริสเทียให้เป็นอิสระจากเวสปาโนลา

“ถึงแม้ว่าชั้นจะไม่ชอบหน้าเธอแค่ไหนก็ตาม แต่การช่วยเหลือประเทศบ้านเกิดย่อมต้องมาก่อนเสมอ”

หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็ได้พบกับเคธ คีลเซ่ และได้รู้ว่าเคธเองก็เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยปลดปล่อยบริสเทียให้เป็นอิสระ เธอจึงรับฟังคำขอของเคธที่ให้ไปสืบเรื่องกองทหารสีชาด เกรซและเรเวนจึงช่วยเหลือกันในการสืบสวนเรื่องนี้ และเพราะเหตุนี้ เกรซจึงได้ถูกตามล่าจากกองทหารสีชาด และชายผู้มีนัยน์ตาสีแดง ที่ถูกเรียกขานว่า Judement Day หรือ J.D. นั่นเอง
เกรซและเรเวนพยายามหนีเอาตัวรอดจนต้องหลบหนีไปจนถึงผับหมวกแดง ซึ่งก็ทำให้ทั้งสองคนรอดมาได้ แต่ทว่ากลับมีข้อสงสัยในตัวเคธ ผู้บัญชาการสุงสุด และ โอลิเวียคนสนิท จึงทำให้ต้องลองสืบสวนเรื่องของเคธก่อน โดยการหลอกถามทหารยามที่อยู่ในคีลเซ่ จนได้ข้อมุลเพียงพอ และต่อมาจึงได้ตัดสินใจที่จะไปสืบค้นข้อมูลที่แหล่งซ่องสุ่มของผู้ต่อต่าน หรือรีซิสแตนท์นั่นเอง จนได้รู้ว่าเคธนั้นได้เป็นคนรู้จักกับ J.D. และทำให้อยากได้ข้อมุลเพิ่มเติมไปอีกโดยเกรซต้องลอบเข้าไปตอนกลางคืน และลอบเข้าไปไม่ให้ J.D.รู้ตัว เพื่อเข้าไปข้างใน แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้อมูลที่เธอต้องการสักเท่าไหร่นัก และตัดสินใจที่จะกลับ แต่ก็ถูกรู้ตัวเสียก่อน เกรซและเรเวนถูกล้อมไปด้วยกองทหารสีชาด และเรย์โนลด์ แม่ทัพของทางเวสปาโนลา ในขณะที่กำลังจะพลาดท่า ก็ได้มีคนปาระเบิดควันและพาพวกเกรซหลบหนีออกไปได้

คนที่มาช่วยเอาไว้เมื่อตอนกลางคืน ก็คือเฮรัน ซึ่งเกรซก็ยังไม่รู้สึกเป็นบุญคุณแต่อย่างใด และได้เดินออกไปจากผับอย่างไม่ใยดี เฮรันที่รู้สึกไม่ค่อยสู้ดีนักที่เกรซยังคงโกรธเธอเรื่องในอดีตอยู่เสมอ จึงได้ขอเสนอมาว่าอยากจะเข้าร่วมตระกูลนักสำรวจ เพื่อที่จะช่วยเหลือเกรซ และทำให้เกรซมองเธอใหม่ว่าเธอนั้นไม่ได้คิดร้าย แต่คิดที่อยากจะช่วยเพื่อนสนิทของเธอเท่านั้น

แต่เมื่อเกรซรู้เรื่้องที่เฮรันจะเข้าร่วมตระกูลนักสำรวจ ก็ค้านหัวชนฝาไม่อยากให้เฮรันเข้าร่วมตระกูล ซึ่งเฮรันก็ได้ท้าเกรซว่าถ้าเธอเอาชนะเกรซได้ต้องให้เข้าร่วมกับตระกุลนักสำรวจโดยไม่มีข้อแม้ แต่เฮรันกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป แต่เธอขอท้าสู้กับเกรซใหม่ โดยที่เธอแอบให้ตระกุลนักสำรวจไปผสมยาลับเอาไว้ ซึ่งถึงแม้จะเพิ่มพลังได้แต่มันก็อันตรายถึงชีวิตได้ ถ้ากินเกินขนาด แต่เธอก็ไม่สนคำเตือนแต่อย่างใด เพื่อเอาชนะเกรซเพื่อนรักของเธอให้ได้ และอยากให้เกรซยอมรับตัวตนของเฮรัน แม้จะเสี่ยงตายแค่ไหนก็ยอมทำ จึงทำให้เกรซเริ่มที่จะยอมรับเฮรันขึ้นมาบ้างจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ถึงเกรซจะปากไม่ค่อยตรงกับใจ ที่ยอมให้เฮรันเข้าร่วมตระกุลนักสำรวจได้ เพื่อที่จะได้จับตาดูเฮรันง่ายขึ้นก็ตามที

“ถ้าไม่จับตาดูยัยนี่ไว้ให้ดีๆ ขืนทำไรแผลงๆอีกจะแย่เอา คลาดสายตาไว้ไม่ได้หรอก…”

เกรซได้มีบทบาทอีกครั้ง เป็นตัวช่วยส่วนสำคัญในการต่อสู้กับเรย์โนล เพื่อการขับไล่เวสปาโนลา เป็นก้าวสำคัญในการปลดปล่อยบริสเทีย ซึ่งก็สามารถทำได้สำเร็จลุล่วงจนได้ ด้วยความช่วยเหลือของตระกุลนักสำรวจ และด้วยเกรซที่คอยช่วยเหลือและทำเพื่อประเทศบ้านเกิดของเธอเอง เคธ ถึงเรียกรวมตัวทุกคนที่ช่วยเหลือในการทำให้บริสเทียเป็นเอกราช เพื่อมอบเกียรติคุณให้แก่ทุกคน

(สังเกตุว่าตระกูลนักสำรวจอยู่ขวาสุดจ้า)

วีรบุรุษและวีรสตรีได้ถูกกล่าวขาน ซึ่งเกรซก็คือหนึ่งคนที่อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน ในเหตุการณ์ของ…

“Heroes of Bristia (ฮีโร่แห่งบริสเทีย)”

และหลังจากที่เธอทำเป้าหมายของเธอได้สำเร็จ เธอก็ได้กลับไปโคอิมบรา เธอชักชอบอาชีพของคนขายปืนขึ้นมาแล้ว และปล่อยให้บริสเทียค่อยๆยืนหยัดด้วยต่อไปในอนาคต นี่คือสิ่งที่เกรซหวังเอาไว้

—————————————————————————————————————-

“เกรซ มีเรื่องให้ช่วย ตามมากับเราหน่อยได้ไหม”

เมื่อสิ้นเสียง เกรซก็หันไปมองตามเจ้าของเสียง คนของตระกุลนักสำรวจได้มาเรียกให้เธอไปช่วยในการสำรวจที่แห่งใหม่ จะเป็นที่แห่งใดก็ไม่อาจทราบได้ ถ้าไม่ลองไปด้วยตัวเอง เธอจึงตบปากรับคำ แล้วเดินไปสวมเสื้อตัวใหม่ที่เธอชอบ ถอดหมวกใบเดิม ที่เคยใช้ยามเป็นสายลับ แต่ตอนนี้ไม่ต้องการใช้มันอีกต่อไป เกรซติดกิ๊บติดผมอันใหม่ เธอพยายามทิ้งลุคเดิมของเธอไป สิ่งเก่าๆจบไปแล้วเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ แล้วหยิบช๊อตกันคู่ใจขึ้นมาขึ้นลำ แล้วประทับบนบ่าแล้วเดินจากไป ตามตระกุลนักสำรวจต่อไป และทิ้งฉากหลังที่มีแสงอาทิตย์ยามเย็นคอยลอยลับขอบฟ้าไปอย่างช้าๆ

ถึงหน้าที่ที่เธอต้องทำจะจบ แต่การเดินทางของ เกรซ เบอเนลลี่ ยังไม่จบ

นี่คือเรื่องราวของเด็กสาวที่ชื่นชอบปืน และได้ทำสิ่งที่ควรทำให้แก่บ้านเกิด ไม่ว่าจะยากลำบากเพียงใด ทุกคนก็ควรมีกำลังใจและฝ่าฟันมันไปให้ได้เหมือนอย่างสาวแกร่งคนนี้นะครับ 🙂

ขอบคุณที่อ่านจบจบนะครับ ^^
เรื่องราวอาจถูกผิดประการใด ของอภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ 😛

By : Lance Divider

Find us on Facebook



Shares
Share This