Character Profile : คลูดด์ เบาเดซ “ทหารรับจ้าง อดีตแห่งผู้พิทักษ์รีบอร์โดซ์” by Lance Divider

คลูดด์ เบาเดซ นามนี้มีชื่อเสียงกระฉ่อน ในนามของทหารรับจ้างที่ฟันฝ่าสมรภูมิต่างๆมามากมาย ด้วยฝีมืออันกล้าแกร่งและกล้าหาญ หนึ่งในวีรบุรุษแห่งสงครามสามปีเวสปาโนลา ก็มีเขาคนนี้เข้าร่วมสงครามด้วยเช่นกัน

 

ไม่มีประวัติชี้ชัดว่าสมัยเด็กเขาทำอย่างไรมา ปัจจุบันถึงได้มาเป็นทหารรับจ้าง ในภายแรกเขาทำไปเพียงเพราะต้องการเงิน ในการประทังชีวิต แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก คลูดด์ต้องการที่จะต่อสู้ เพื่อประเทศชาติ บ้านเกิดของเขา เงินเป็นเพียงเรื่องรองลงมา แต่เขาก็ไม่ได้เข้าสังกัดเป็นทหารอย่างเป็นทางการ เพียงเพราะว่าคลูดด์ รักอิสระ และไม่ต้องการที่จะทำตามกฏเกณฑ์ใดๆของกองทัพมาผูกมัดตัวของเขา คลูดด์จึงสามารถที่จะต่อสู้ได้ตามสไตล์ของตัวเองอย่างเต็มที่ และนี่ก็ทำให้ฝีมือของเขาดูเด่นชัดและแข็งแกร่งอย่างยิ่ง ในสนามรบใดๆที่เข้าย่างฝีเท้าเข้าสู่พื้นที่นั้นๆ เข้าจะต่อสู้เฉกเช่นสายลมที่ผ่านพัดมายังสนามรบแห่งนี้ ช่วยเหลือเยียวยาเพื่อนพ้อง และปัดเป่าศัตรูร้ายให้หายไปจากที่แห่งนั้น

คลูดด์ได้รับคำสั่งให้เข้าร่วมสงคราม ตามคำขอของผู้ว่าจ้าง ซึ่งก็คือประเทศบ้านเกิด เวสปาโนล่า และไม่มีสนามรบใดที่เขาเข้าไปจัดการแล้วจะไม่ได้รับชัยชนะ ไม่ว่าใครที่ต้องปะทะกับเขานั้นก็ต่างแตกพ่ายกลับไปเสียหมดสิ้น สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนที่ได้ยินนามของเขากันไปต่างๆนาๆ และไม่มีใครที่สามารถจะเอาชนะได้เลย

จนมาวันหนึ่ง คลูดด์ได้รับการแจ้งให้ไปช่วยเหลือที่เขตชายแดน เขาจึงรีบรุดหน้าไป ที่แห่งนั้นเขาพบกับสาวสวยผมแดงคนหนึ่ง ที่กวัดแกว่งดาบเล่นโตอย่างไม่เกรงกลัวข้าศึก แต่ไม่ทันที่จะได้มองดูเท่าไรนัก เธอคนนั้นก็สะบัดดาบเข้าใส่คลูดด์โดยไม่รีรอ จนคลูดด์ต้องยกง้าวขึ้นมารับคมดาบอย่างทันควัน

 

“อ้าว?  ขอโทษทีนะ มายืนอยู่ข้างหลังตรงนี้มันเกะกะน่ะ ช่วยลงไปนอนบนพืนก่อนได้ไหม?”

 

สิ้นเสียงสาวผมแดงพูดจบก็ไม่รีรอ กวัดแกว่งอาวุธโดยไม่สนใจสิ่งใด คลูดด์ก็ไม่อาจคิดอะไรได้ก็ต้องตอบโต้กลับ ทั้งคู่เข้าปะทะกันอย่างดุเดือด ถึงคลูดด์จะยังมีข้อสงสัยแต่ในเมื่อคนที่อยู่ตรงหน้ามีฝีมือเก่งกาจ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็ดูถูกไม่ได้ ถ้าไม่งั้นคนที่ลงไปนอนกองอยู่ก็อาจจะเป็นตัวคลูดด์เองก็ได้

 

ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีเศษ ทั้งคู่ก็ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะกันจนมีทหารเวสปาโนลานายหนึ่งวิ่งมารายงานผลการรบ และถ่ายทอดคำสั่งให้กับทหารแนวหน้า แต่ทว่าเขาก็ต้องตกใจเพราะว่า ทหารฝีมือฉกาจของเวสปาโนล่าทั้งสองคน กลับมาต่อสู้กันเอง เขาจึงรีบเข้าไปห้าม ก่อนที่เรื่องจะบานปลายไปมากกว่านี้ พอทั้งคู่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดก็ลดอาวุธลง แล้วก็นั่งลงตรงนั้น เพราะต่างก็หมดแรง แต่ทั้งคู่ก็กลับหัวเราะออกมาดังลั่นจนทำให้ทหารตกใจกันไปตามๆกัน

 

 “ฮ่า ฮ่า โธ่เอ๊ย ชั้นก็นึกว่านายเป็นพวกทหารข้าศึกเสียอีก ที่แท้ก็ฝ่ายเดียวกัน น่าขำยิ่งนัก ”

 

 นักรบสาวผมแดงทั้งหัวเราะ แล้วก็พูดออกมาเสียงดัง ทั้งคลูดด์เองก็เช่นกัน ทั้งคู่ยอมรับในฝีมือของกันและกัน ถึงแม้เมื่อกี้จะต่อสู้กันเองโดยไม่ได้สนใจการสู้รบเลยก็ตาม

 

 “ข้ามีนามว่า แกรนดิส เป็นผู้นำทัพหน้าเขตชายแดนเวสปาโนล่า นายล่ะ? พ่อยมทูตตาเดียว”

 

“ คลูดด์ เบาเดซ แล้วข้าก็ไม่ใช่ยมทูตตาเดียว ข้าเป็นทหารรับจ้าง ฝ่ายเวสปาโนล่า”

 

คลูดด์ตอบกลับ โดยที่ไม่ค่อยจะพอใจฉายานี้สักเท่าไหร่นัก เพราะคลูดด์เอาก็สูญเสียตาข้างขวาไปในสงครามกลางเมืองในปีก่อน แต่ถึงกระนั้น ความเก่งกาจของคลูดด์ก็ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด ทั้งคู่ต่างก็หัวเราะกันอย่างเสียสติที่ทั้งถูกใจในฝีมือ และ การที่ต้องมาสู้กันเอง แต่ในตอนนี้สถานการณ์ในสนามรบดูมีทีท่าไปในทางที่ดี แต่ทั้งคู่พักพอหายเหนื่อยแล้วก็ลุกขึ้น เดินกลับเข้าไปยังสนามรบต่อ

 

 “เอาล่ะ ได้เวลาเก็บกวาดกันแล้ว เจ้ากล้าแข่งกับข้าไหม ตัดสินเรื่องผลแพ้ชนะการประมือเมื่อสักครู่ ด้วยจำนวนการล้มศัตรู
ดีไหม? แกรนดิส”

 

คลูดพูดกับแบกง้าวคู่ใจไว้บนบ่าด้วยท่าทางกวนๆ แกรนดิสก็ยิ้มเล็กๆและพยักหน้าเป็นการตอบรับคำท้าทาย ทั้งคู่รู้สึกเหมือนสนามรบเป็นเพียงการแข่งขันเล็กๆของทั้งสอง ทั้งคู่จากศัตรูในการต่อสู้เมื่อพบกันครั้งแรก ก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นเหมือนคู่หู ทั้งพึ่งพากันได้ ตอนนี้ดูอย่างไรทางฝ่ายเวสปาโนล่าก็ไม่มีทางปราชัยแน่แท้ ตราบใดที่ยังมีคนสองคนที่อยู่ฝ่ายเวสปาโนล่าและทะยานเข้าสู่สนามรบ

หลังจากนั้นทั้งคลูดด์และแกรนดิสก็เป็นทั้งสหายและคู่หู ทั้งคู่ต่างเข้าสู่สนามรบด้วยกันเสมอ คอยระวังหลังให้กันและกัน ถึงแม้ทั้งคู่จะเป็นแนวหน้าที่ต้องบุกเข้าตีฝ่าข้าศึกนับพัน ก็ไม่หวั่นเกรงกลัวสิ่งใด

“ ฝากดูหลังข้าให้ด้วยนะ คู่หู ”

 

ด้วยฝีมือของสองแนวหน้าที่ทำให้สงครามจบลงโดยเร็ว และเป็นฝ่ายกำชัยชนะมาสู่เวสปาโนล่า ทำให้สงครามที่ขยายเขตประเทศ เป็นไปได้ด้วยดี ผลงานส่วนใหญ่เป็นของเขาคนนี้ คลูดด์ เบาเดซ จนเขาได้รับสมญานามว่า “Battlefield Claude” เจ้าแห่งสนามรบ ส่วนแกรนดิสก็ได้รับเกียรติคุณ จากราชินีโดยตรง วึ่งนั้นก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากสำหรับทั้งสองคน

แกรนดิสได้รับการแต่งตั้งเป็นแนวหน้าในการออกสำรวจทวีปใหม่ภายใต้คำสั่งราชินีโดยตรง แต่คลูดด์เองก็ยังคงเดินทางไปยังสนามรบต่างๆ จะเล็กจะใหญ่ ตราบใดที่เป็นผลดีให้แก่ประเทศบ้านเกิดของเขา คลูดด์ก็จะทะยานเข้าสู่สนามรบโดยไม่ลังเลแต่อย่างใด

แต่เรื่องราวก็มักราบรื่นได้ไม่นาน แกรนดิสที่พบรักกับ อาร์คดยุคฟิลิปเป้ ก็ได้มีลูกด้วยกันคนหนึ่ง ถึงแม้ในใจคลูดด์เองก็ไม่อาจหาคำตอบที่สามารถตอบออกมาได้อย่างชัดแจ้งอย่างไร แต่เขาเองก็ยินดีที่แกรนดิสพบคนที่สามารถรักได้อย่างจริงใจเสียที แต่เมื่อเวลาผ่านไปทำให้เห็นว่าสิ่งที่คลูดด์คิดนั้นมันผิดถนัด แกรนดิสหนีออกมาโดยพาลูกออกมาด้วย เพราะเธอเห็นว่าอาร์คดยุคฟิลิปเป้เป็นคนโหดร้าย แต่เธอไม่รู้จะพึ่งพาใครได้และคิดว่าถ้าจะพาลูกสาวติดตามไปด้วยมันจะเป็นอันตรายแก่ตัวลูกสาวของเธอ แกรนดิสจึงยกลูกสาวให้แก่คลูดด์รับไปเป็นบุตรบุญธรรม ส่วนตัวแกรนดิสเองก็มุ่งหน้าไปกับการสำรวจ จนในภายหลัง เธอถูกเรียกขานนามว่า แกรนม่า ราชินีนักสำรวจ นั่นเอง

“ วางใจเถิด ลูกสาวของเจ้า ก็เหมือนลูกสาวของข้า ข้าสัญญา จะคอยปกป้องเด็กคนนี้แทนเจ้า “

 

             ————————————————————————————————-

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปกว่าสี่สิบปี

 “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนูตรงนั้นน่ะ สนใจจะเข้ามาดูอาวุธใหม่ๆในร้านข้าสักหน่อยไหมล่ะ “

 

สิ้นเสียง ตระกุลนักสำรวจหน้าใหม่ที่กำลังเดินอยู่ในตลาดการค้า รีบอร์โดซ์ก็หันกลับไปมอง ตาลุงคนขายอาวุธผู้ส่งเสียงดัง แต่มีชีวิตชีวาคนนี้ ในตอนนี้ เขาก็คือคลูด เบาเดซในปัจจุบัน

“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า กาลเวลา ช่างโหดร้าย…เทียบกันเอาเองนะ…”

 

คลูดด์ที่ผ่านกาลเวลามานานหลายสิบปี ตอนนี้เค้าเสมือนเข้าวัยที่ต้องเกษียนตัวเอง มาขายอาวุธอยู่ในเมืองรีบอร์โดซ์ เขาในตอนนี้คอยต้อนรับตระกูลนักสำรวจที่พึ่งเดินทางมายังเมืองรีบอร์โดซ์แห่งนี้ แต่ถึงกระนั้น บางทีเขาเองก้มักไหว้วานตระกูลนักสำรวจที่กำลังสำรวจอยู่ที่อัลเควลท มอเรซา โดยการวานให้ไปหาของเพื่อมาตีดาบ ซึ่งนั่นก็คือการที่เขาอยากช่วยเหลือในแบบของเขาเอง ได้ฝึกฝนในสิ่งที่ตนเองควรทำนั่นเอง

 

แต่ทว่า เขานั้นก็มีเบื้องหลังที่บางคนอาจล่วงรู้แต่ก็ไม่อาจรู้ทั้งหมดอยู่ดี ถึงแม้ตระกูลนักสำรวจหน้าใหม่ได้เคยร่วมมือกับคลูดด์ ในการปกป้องหน้าเมืองรีบอร์โดซ์จากการรุกรานของมอนสเตอร์ แต่นั่นก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆส่วนหนึ่งที่คลูดด์คิดว่าพอให้ตระกูลนักสำรวจมีส่วนร่วมในการฝึกฝนได้ แต่ถ้าบางครั้งเขาเจอมอนสเตอร์ที่บุกมาที่ตระกูลนักสำรวจหน้าใหม่ไม่อาจรับมือไหวละก็…

“ ถอยไปให้ห่างจากเมืองนี้ซะ นี่เป็นที่ๆคลื่นลูกใหม่จะพัดพาเข้ามา เจ้าอย่าเข้ามาขวางน่า ”

 

คลูดด์จะวิ่งออกไปรับมือพวกมอนสเตอร์เหล่านั้น และนี้ก็คือหน้าที่ของเขาไม่ใช่แค่เพียงคนขายอาวุธเท่านั้น ตัวเขายังคอยปกป้องผู้คนและเมืองนี้จากมอนสเตอร์ต่างๆ ที่มีอันตราย ทุกครั้งเขาจะเป็นคนจัดการเสียทั้งหมดแล้วก็กลับมายืนเฝ้าร้านขายอาวุธที่รีบอร์โดซ์ตามเดิม เหมือนเป็นผู้พิทักษ์จากเงามืดแห่งรีบอร์โดซ์ก็ว่าได้เช่นกัน

 

และบางครั้ง คลูดด์ก็อาจจะคอยท้าสู้เพื่อฝึกฝนให้กับตระกุลนักสำรวจ คลูดด์อยากเห็นคนรุ่นใหม่ที่จะไปได้ไกลกว่าที่เขาเคยเป็น และนั่นก็คือความฝันของเขา คลูดด์ เบาเดซ ในตอนนี้

 

จนกระทั่งมีตระกูลนักสำรวจไปพบเจอกล่องปริศนา ในอัลเควลท์ มอเรซา เป็นดาบที่รูปร่างสวยงามมาก ดูมีพลัง แต่ทว่ามันเสียหายจนไม่อาจใช้การได้แล้ว ซึ่งตระกูลนักสำรวจก็ตัดสินใจเอามาให้คลูดด์ดู ทำให้คลูดด์ตกใจมากว่ามันคือดาบของอาจารย์ช่างตีดาบของเขา เป็นคนสร้างขึ้น มันมีชื่อว่า ซิลเวอร์ บารอน ซึ่งตระกูลนักสำรวจก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดีในการหาวัตถุดิบมาคอยซ่อมแซมดาบ จนสามารถใช้ได้ดังเดิม ถึงแม้อาจจะมีอานุภาพไม่เท่าเดิมก็ตาม และคลูดด์ก็ได้่มอบมันให้กับตระกูลนักสำรวจ

 

หลังจากนั้นคลูดด์ก็ยังคงจะไหว้วานให้ตระกุลนักสำรวจคอยช่วยเหลืองานต่างๆ ทั้งการให้ไปการของที่ดรอบจากแถวปอร์โต เบลโล และของที่ดรอบจาก มอนสเตอร์แถวคฤหาสถ์ ดร.ทอร์ช ถึงมันจะดูยุ่งยาก แต่ตระกุลนักสำรวจก้ยังทำจนสำเร็จ คลูดด์ที่เห็นดังนั้นจึงเข้าร่วมตระกูลนักสำรวจเพื่อคอยชี้่แนะ อีก ถึงแม้จะต้องเดินทางไปไหนไกลๆก็ตาม

 

ยามว่างที่ตระกูลนักสำรวจไม่ได้เรียกตัวคลูดด์มาจากบาร์แรค คลูดด์ใช้ยามว่างไปกับการฟังข่าวสารในเมือง หรืออาจจะมีซื้อหนังสือไอดอลที่ชอบเก็บไว้เล็กน้อย (ความลับคลูดด์แตกออกมาตอนเควสของอิดจ์ แบบแปลนที่หายไป ว่าคลูดด์มีหนังสือไอดอลที่ชื่นชอบเก็บไว้ด้วย…)แต่ถึงกระนั้นยามที่เขาได้ยินถึงข่าวที่มีมอนสเตอร์ออกอาละวาดแถวเมืองรีบอร์โดซ์เมื่อใด เขาจะรีบหยิบง้าวคู่ใจ ที่เหมาะมือแล้ววิ่งออกไป ไม่รีรอ เพื่อที่จะปกป้องเมืองนี้

จะมอนสเตอร์เก่งแค่ไหนข้าก็ไม่กลัว ถึงข้าจะแก่ชรา แต่ข้าจะคอยปกป้องเมืองนี้ จากเงามืด

 

เส้นทางการใช้ชีวิตแต่ละคน ก็แตกต่างกันไป อยู่ที่ความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตในแบบที่เชื่อมั่น แล้วเส้นทางที่จะก้าวไป มันจะเป็นชีวิตที่เราสามารถมีความสุข และถ้าเรามีสิ่งที่เราสามารถทำได้ก็ควรช่วยเหลือในสิ่งที่เราทำได้ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปันความสุขให้แก่ผู้อื่น เป็นสิ่งที่ดีนะ ^^

  

ขอบคุณที่อ่านจนจบนะครับ (^_^ )V

เรื่องราวผิดถูกประการใด กราบขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ  🙂

By : Lance Divider

 

Find us on Facebook



Shares
Share This