Character Profile : คาโน่ คีลเซ่ “สาวน้อยผู้เต็มไปด้วยเรื่องราว” by : Lance Divider

  (จะถ่ายภาพทั้งทียังเต๊ะซะไม่มีเลยนะหนู…)

 คาโน่ คีลเซ่ เกิดเป็นลูกสาวคนสุดท้องของตระกูลคีลเซ่ มีศักดิ์เป็นน้องสาวของเคธ ซึ่งก็ตั้งแต่ยังเล็กๆเธอนั้นชอบอ่านหนังสือมากที่สุด ซึ่งหนังสือที่เธอชอบที่สุดก็คือหนังสือสารานุกรมเล่มโปรดที่เธอได้รับเป็นของขวัญวันเกิด ดังนั้น เมื่อมีเวลาว่างเมื่อไหร่จะหยิบหนังสือเล่มนั้นมานั่งอ่านเสมอ ถึงแม้บางครั้งที่เธอจะออกไปเที่ยวเล่นตามประสาเด็กทั่วไป เธอก็ยังจะถือหนังสือที่เธอรักติดตัวไปด้วยเสมอ จนผู้คนรอบข้างมักจะเห็นภาพที่เธอกอดหนังสือเล่มโต ไปมาอยู่เสมอ แต่ไม่ว่าเวลาไหนถ้าเธอมีเวลาที่เงียบสงบ ท่ามกลางแสงแดดอันอบอุ่น เธอมักจะนั่งลงใต้ร่มเงาต้นไม้ และเปิดหนังสือเล่มโปรดอ่านไปทีละหน้า อย่างช้าๆท่ามกลางสายลมอันอ่อนโยน นี่คือความสุขที่คาโน่มีอยู่ทุกวัน  เพราะเธอนั้นสนใจในการใช้เวลาไปกับการอ่านและจินตนาการไปตามความฝันของเธอด้วยหนังสือที่เธอชื่นชอบมากที่สุด

(แต่ในภาพไม่ได้รู้สึกถึงแสงแดดและสายลมเลยนะคาโน่จัง…ไปหลบอ่านหนังสืออยู่ตรงไหนเนี่ย??)

คาโน่เป็นเด็กเรียบร้อย ไม่ค่อยเข้าสังคม แต่เธอก็สามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายได้จากหนังสือเล่มโตของเธอ ทั้งเรื่องประวัติศาสตร์ เทวตำนาน วรรณกรรม การปกครอง และทุกสิ่งที่เกี่ยวกับบริสเทียบ้านเกิดที่เธอได้ลืมตาขึ้นมา สิ่งที่อยู่ในหนังสือเพียงเล่มเดียวจึงเป็นสิ่งที่เธอรู้สึกตื่นเต้นมากทุกครั้งทีได้เปิดอ่านมันทุกครั้ง แต่ตัวเธอนั้นเกิดมาพร้อมกับพลังเวทย์อันแข็งแกร่งซึ่งคาดว่าจะได้รับมาจากแม่ของเธอ ซึ่งตัวเธอเองก็มันจะใช้พลังนั้นไปในการจินตนาการถึงสิ่งที่เธออ่านและสร้างมันขึ้นมาตามที่เธอคิด ทำให้เธอดูเป็นเหมือนแม่มดตัวน้อยที่เสกสรรให้เรื่องในหนังสือเล่มนั้นเป็นจริงขึ้นมาเลยทีเดียว

(อันนี้คือสกิล Flame of Chester จากในหนังสือของคาโน่ ที่กล่าวว่าเคยเผาเมืองหนึ่งจนสิ้นซากด้วยอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย แต่ในภาพนี่ไม่ใช่อุบัติเหตุซะละ กระเด็นกันซะขนาดนั้น…)

แต่เหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อคราวที่เคธ พี่ชายของเธอนั้นกลับขึ้นเป็นผู้นำของคีลเซ่ที่เสมือนยอมอยู่ภายใต้อำนาจของรัฐบาลเวสปาโนล่า และไม่มีทีท่าจะสนใจว่าชาวเมืองคีลเซ่นั้นต้องแบกรับความแค้นตั้งแต่เมื่ออดีตที่ต้องมาพ่ายแพ้เพราะการยอมแพ้ของนายพลคีลเซ่คนก่อน พ่อของคาโน่และเคธนั้น เมื่อเธอทราบดังนั้นจึงได้หนีออกจากบ้านไป และไปเข้าร่วมกับกองทหารสีชาด (Blood Navi) โดยที่ไม่ยอมติดต่อกับพี่ชายของเธออีกต่อไป ซึ่งก็คอยมี J.D.ผู้มีนัยน์ตาสีแดงของกองทหารสีชาดคอยช่วยเหลือ ปกป้องคาโน่มาอยู่ตลอดมา ถึงแม้เธอนั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่า J.D.นั้น มาอยู่กับกองทหารสีชาดเพราะว่าเคธเป็นคนขอร้องเจมส์ให้มาคอยดูแลปกป้องน้องสาวของเขาเองด้วยความเป็นห่วง ถึงแม้ตัวเจมส์ถึงกับต้องทิ้งชื่อเดิมของเขาไปเลยก็ตาม…

 (ดูแลกันดีจริงๆ หันกลับไปดูข้างหลังมั่งสิพี่ทั่น…)

จนเมื่อถึงคราวที่ตระกุลนักสำรวจได้มาถึงเมืองคีลเซ่ และรับรู้เรื่องราวภายในเมืองที่มีแต่ความทุกข์ของผู้คน ที่ต้องตกอยู่ภายใต้เป็นเมืองขึ้นของเวสปาโนล่า ไร้ซึ่งอิสระภาพ ตระกูลนักสำรวจได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการช่วยปลดปล่อยอิสระภาพ จนกระทั่งมีข่าวการหายตัวไปอย่างลึกลับของ เคธ คีลเซ่ ผู้นำคนปัจจุบัน ทำให้J.D.ที่ได้เข้าร่วมตระกูลนักสำรวจแล้วต้องพยายามสืบหาการหายตัวไปของเคธ แต่ถึงอย่างนั้น คาโน่ที่ได้ทราบถึงข่าวการหายตัวไปของพี่ชาย และความจริงที่เธอเข้าใจผิดไปว่าพี่ชายเป็นคนที่ยอมอยู่ภายใต้อำนาจของเวสปาโนล่า วางแผนที่จะปลดปล่อยบริสเทียออกจากอำนาจของเวสปาโนล่า ทำให้เธอกลับไปเก็บตัวอยู่ที่คฤหาสถ์ของตระกูลคีลเซ่ ทำให้J.D.ตามไปหาเธอด้วยความเป็นห่วงและต้องมาพบคาโน่ที่อยู่ในสภาพปิดกั้นตัวเองจากภายนอกโดยสมบูรณ์ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้ J.D.จึงต้องขอความร่วมมือจากตระกุลนักสำรวจให้ช่วยเหลือคาโน่ให้ได้ ไม่งั้นปล่อยเธอเป็นเช่นนี้ต่อไปอาจมีอันตราย

ซึ่งทางตระกูลนักสำรวจก็ได้ไปปรึกษากับมาร์เชติ จึงได้บทสรุปว่าควรเข้าไปภายในจิตใจแล้วดึงเธอกลับออกมาสู่โลกแห่งความจริง ซึ่งมาร์เชติพูดเช่นนั้นแต่มันไม่ง่ายเลยที่จะลงมือทำ แต่ก็ต้องทำไม่งั้นจะช่วยคาโน่ออกมาไม่ได้ ซึ่งตระกุลนักสำรวจก็พยายามช่วยเหลือเธอแต่ในระหว่างนั้น เธอก็ได้มอบหนังสือเล่มนึงให้แก่เราโดยที่ไม่รู้ว่ามันคือหนังสืออะไร ทำให้ตระกุลนักสำรวจตัดสินใจที่จะซ่อมแซมมันขึ้นมาใหม่

จนในที่สุดก็ซ่อมเสร็จแล้วได้ส่งคืนให้แก่คาโน่ เมื่อเธอเห็นหนังสือ ทำให้เธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่

 “หนังสือเล่มนั้นคือหนังสือที่หนูชอบที่สุด แต่ว่ามันเสียหายจนไม่คิดว่าจะซ่อมแซมได้แล้ว”

เธอพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ เธอได้สติกลับมาโดยสมบูรณ์แล้ว เธอก็เล่าเรื่องให้ฟังถึงหนังสือของเธอ ว่ามันเสียหายมาก และตอนนั้นเธอไม่มีสติถึงได้มอบให้กับเราโดยที่บอกว่าไม่ต้องการหนังสือเล่มนีอีกต่อไปแล้ว ซึ่งในใจจริงเธอต้องการที่ให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเช่นเดิม ทั้งพี่ชายและหนังสือที่เธอรัก เมื่อคาโน่พูดถึงตรงนี้ก็หยุดร้องไห้ แล้วเธอก็หันกลับมาพูดกับเราด้วยสีหน้าแน่วแน่ว่า

คาโน่ตัดสินใจเข้าร่วมตระกุลนักสำรวจเพื่อช่วยเหลือในการตามหาพี่ชายของเธอ และอยากจะตอบแทนสิ่งที่ตระกุลนักสำรวจได้ทำเพื่อเธอมามากขนาดนี้ ซึ่งJ.D.ที่ได้เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกดีใจที่คาโน่กลับมาเป็นเช่นเดิม ซึ่งหลังจากนั้นก็สามารถตามหาตัวเคธพบ และสามารถที่จะปลดปล่อยบริสเทียให้เป็นอิสระภาพได้จริงๆในภายหลัง ด้วยความร่วมมือของตระกูลนักสำรวจและเหล่าฮีโร่บริสเทียทั้งหลายที่มีส่วนร่วมในการช่วยบริสเทียจากการเป็นเมืองขึ้่นของเวสปาโนล่าได้สำเร็จ

 

—————————————————————————————————————–

จนเวลาผ่านไปประมาณสิบกว่าปี

 

“ขอข้าเข้าพบท่านข้าหลวงได้ไหมคะ?”

 

สิ้นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ต้องการไปเจรจากับข้าหลวง เพื่อต้องการเจรจาให้คีลเซ่มีการพัฒนาที่ดีขึ้นไปจากนี้ เธอออกเดินทางไปกับตระกุลนักสำรวจมาหลายปี จนในวันนี้เธอกลับมาเพื่อต้องการสานต่อสิ่งที่พี่ชายเธอทำเอาไว้ในอดีตไม่ให้สูญปล่าว เธอคือคาโน่ที่ในตอนนี้เติบใหญ่และมีประสบการณ์

แต่สิ่งที่เธอหวังกลับไม่เป็นไปตามหวัง เธอเดินกลับออกมาด้วยความผิดหวัง การเจรจาล้มเหลว แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ที่จะลงมือทำต่อไป เธอจึงกลับไปที่กองทหารสีชาด ตามความมุ่งมั่นของเธอ

(ว่าแต่ ยัยนี่ไม่คิดจะมองกล้องซักหน่อยหรอ เอาแต่มองบน แถมไม่ได้ซึมอีกตะหาก…)

 

“ถ้าเอาเวลาไปมัวนั่งคิดมาก แล้วจะอยากทำสิ่งที่ต้องการ คงไม่ได้หรอกนะ”

 

คาโน่กลับมาที่กองทหารสีชาด ตอนนี้เธอคือ “BloodNavy Kano” อย่างเต็มตัว คาโน่พยายามทำงานหนักกว่าเดิมเป็นเท่าตัว อดหลับอดนอน พักผ่อนไม่เพียงพอ กว่าจะได้พักผ่อนเธอก็หมดแรงจนผลอยหลับไปด้วยความอ่อนแรงแล้ว

 (ว่าแต่หาที่อื่นนอนไม่ได้รึแม่คุณ)

ซึ่งในระหว่างที่เธอนอนหลับไปนั้น เธอก็ฝันถึงเรื่องที่ดีๆเรื่องหนึ่งขึ้น

ในฝันนั้นเธอทำให้การเจรจาของเธอนั้น ประสบความสำเร็จ และทำให้มีผู้คนมากมายสนับสนุนเธอ ช่วยเหลือเธอในทุกๆด้าน จนในที่สุด เธอก็ได้รับการยอมรับ และขึ้นเป็นผู้นำบริสเทียคนใหม่ เป็นผู้บัญชาการสูงสุดแห่งคีลเซ่ สืบต่อจากเคธพี่ชายของเธอ ถึงแม้เธอจะไม่ได้คิดว่าจะมาได้ถึงขนาดนี้ ทำให้คาโน่ตัดสินใจสัตย์สาบานว่าจะทำให้คีลเซ่เป็นเมืองที่ดีและเป็นผู้นำที่ดีของบริสเทียให้จงได้ ต่อหน้าอนุสรณ์สถานแห่งคีลเซ่นั่นเอง

“ข้าขอสาบาน ต่อผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ตัวข้า จะพยายามสืบสานและปกป้องบริสเทียของพวกท่านให้จงได้”

ถึงแม้การเป็นผู้นำจะไม่ได้ สวยหรูและสบายอย่างที่คิดแต่เธอก็พยายามทำเต็มที่ในสิ่งที่เธอทำได้ แต่คาโน่ก็ยังมีความหวาดกลัวว่าเธอจะทำหน้าที่ได้ดีหรือไม่ แต่เคธก็ยังคอยสนับสนุนเธอในทั้งในฐานะผู้บัญชาการรุ่นก่อน และพี่ชายที่แสนดีของเธอนั่นเอง แต่ถึงยังไงเธอก็สามารถทำหน้าที่ได้สมกับตำแหน่ง“Supreme Commander Kano” ที่ทุกคนรู้จักกันนั่นเอง

ถึงแม้บางครั้งเธอเองอาจจะมีหลบงานไปพักผ่อนก็ตาม วันว่างๆของเธออาจจะเอาหนังสือมาอ่านตามงานอดิเรกของเธอตั้งแต่วัยเยาว์ล่ะนะ หรืออาจจะนั่งเล่นเฉยๆ รับสายลมที่พัดผ่านมายังคีลเซ่

“คนเราทำงานตลอดเวลามากไปก็เหนื่อยสิ แอบพักสักนิด แล้วค่อยคิดทำต่อก็ไม่เสียหายนี่?”

(มาหลบอู้งานว่างั้น?)

ถึงภาระที่มีจะหนักหนาแต่เธอก็ไม่ย่อท้อทำหน้าที่ต่อไปเพื่อพ่อและพี่ชายที่รักของเธอ

นี่คือเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งที่มีสายเลือดของคีลเซ่ แม้จะเลือกที่จะใช้ชีวิตตามที่ชอบไม่ได้ แต่ก็ใช้ชีวิตในสิ่งที่ควรเป็น และเห็นแก่ส่วนร่วมก่อนตน ถึงจะดีที่สุดนะ

 

ขอขอบพระคุณที่อ่านจนจบนะครับ ^^b

ถูกผิดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ 🙂

 

BY : Lance Divider

Find us on Facebook


Shares
Share This